อันไจ้ เขาเป่าหวีดไม่กี่ครั้งแล้วรีบนำทุกคนขึ้นม้า จากนั้นจึงหายวับไปท่ามกลางม่านฝน ม้าควบผ่านจนฝนล้างรอยเกือบหมด ไม่เหลือร่องรอย เมื่อถึงท่าเรือ ซ่งกงจื่อจ่ายเงินเพิ่มให้อีกห้าร้อยตำลึงเพื่อแสดงความขอบคุณจินอันไจ้รับตั๋วเงินด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก “เจ้าผิดกฎของเรา ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีก หากมีโอกาสพบเจอกันใหม่……ข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้าแน่”หลินถิงเองก็ไม่มีสีหน้าอ่อนโยน เพราะแท้จริงแล้วงานนี้ควรจะสำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่กลับต้องเสี่ยงเพราะความดื้อดึงของซ่งกงจื่อคุณหนูซ่งรู้ดีว่าพี่ชายทำผิดจึงไม่กล้าเอ่ยอะไรเลย จนกระทั่งเรือแล่นจากไป เมื่อส่งสองพี่น้องนั้นแล้ว หลินถิงก็ถือห่อผ้าหาโรงเตี๊ยมเก่าๆ แห่งหนึ่ง เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกปอน ระหว่างเปลี่ยนก็ยังนึกถึงเรื่องที่ต้วนหลิงยิงธนู-ถ้านับไม่ผิด เขายิงสองดอก แต่ทั้งสองดอกก็พลาดเป้า เป็นเพราะฝนตกหนักจริงๆ หรือว่า……พอเปลี่ยนเสร็จ จินอันไจ้ก็เดินเข้ามา เปิดห่อผ้าของตนแล้วหยิบยามาให้นางล้างหน้าล้างเครื่องแปลงโฉม“เดือนนี้ หอหนังสือจะงดรับงานชั่วคราว”“ตกลง”หลินถิงไม่มีความเห็น จะหลบสักพักก็ไม่เลว ไหนๆ ตอนนี้นางก็เก็บเงินได้สามพันตำลึงแล้ว แถมงานนี้ยังได้เพิ่มอีกหลายร้อย หากแยกตัวจากสกุลหลินก็ยังพออยู่ได้สบายจินอันไจ้มองดูยาที่ค่อยๆ ละลายแผ่นหนังปลอมสีเหลืองบนใบหน้าหลินถิง เผยให้เห็นผิวขาวนวลและโฉมงามตระการตาเขาถามขึ้นมาเฉยๆ ว่า “เจ้