ากับต้วนหลิงสนิทกันมากหรือ?”หลินถิงรู้สึกเหนียวหน้าเพราะยากำลังละลายแผ่นหนัง จึงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ด “พวกข้าไม่ได้สนิทกันหรอก เจ้าจะถามทำไม?”หลังคาโรงเตี๊ยมผุๆ มีรูรั่ว น้ำฝนไหลลงมาหยดแหมะๆ จินอันไจ้เงยหน้ามองสายฝนที่ปลิวมา แล้วเหยียดมือออกไปรับความเย็น ก่อนจะหันไปนั่งที่มุมหนึ่ง ล้างหน้าของตน“ข้าเห็นว่าเจ้ากับเขาดูสนิทกันดี”หลินถิงขมวดคิ้ว “ดูสนิทกัน? ตาบอดรึอย่างไร? ถ้าเจ้ารู้ว่าข้าเคยทำอะไรกับเขาบ้าง เจ้าจะไม่คิดแบบนี้หรอก”เขาเลิกคิ้วนิดๆ “เจ้าทำอะไรกับเขา? จูบเขาในจวนเหลียงอ๋อง?”“ไม่ใช่สักหน่อย!”จินอันไจ้บิดชายเสื้อไล่น้ำอย่างไม่ใส่ใจ พลางทบทวนเรื่องที่ผ่านมา “คราวที่หอหวงเหอในถนนหนานเหมินเกิดเพลิงไหม้ เจ้าก็ยังวิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าไปช่วยเขา ยังจะบอกว่าไม่สนิทอีกหรือ?”นางรีบแย้ง “นั่นมันชีวิตคน ข้าจะทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร มันไม่เกี่ยวกับความสนิทสนมอะไรเลย!กลับถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะหาหมอรักษาตาให้เจ้า!”จินอันไจ้กล่าวเรียบๆ “เจ้าควรหาหมอรักษาสมองตัวเองก่อนจะดีกว่า”“หึ!”เขาดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้อีก จึงถามว่า “ว่าแต่……เจ้าคิดยังไงกับต้วนหลิง?”หลินถิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “เขาเป็นองครักษ์เสื้อแพร มือหนัก โหดเหี้ยม แค้นฝังใจ ข้าเคยเห็นเขาฆ่าคนมากับตา ฝีมือไม่ด้อยกว่าเจ้า ข้าขอเตือน อย่าไปแตะต้องเขาโดยไม่จำเป็น”จินอันไจ้ถามต่อ “มีแค่นี้?”นางเท้าคาง “หน้าตาเขาก็ดี…