…หล่อกว่าเจ้าด้วย”“ไสหัวไป”***วันถัดมา ชาวเมืองต่างร่ำลือกันไม่หยุดว่า “เหลียงอ๋อง” ถูกฝูงเหยี่ยวจู่โจมจนไร้เรี่ยวแรงบนประตูเมือง ข่าวลือนั้นแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอย กลายเป็นเรื่องซุบซิบระหว่างจิบชาเคี้ยวขนมของชาวบ้านขณะที่เหลียงอ๋องเดือดดาลอยู่ในจวนหลวง หลินถิงกลับนอนพักผ่อนอยู่ในห้องของตนอย่างสงบเสงี่ยม แม้ภารกิจเมื่อวานจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย แต่ความเหนื่อยล้าก็มิใช่น้อย นางจึงต้องพักฟื้นให้เต็มที่ด้วยเหตุนี้ หลินถิงจึงได้นอนหลับอย่างสบายตลอดวัน ไม่มีผู้ใดกล้ามารบกวน บ่าวไพร่แห่ง “เรือนถิงหลิง” ที่เข้ามาทำความสะอาด ล้วนเดินอย่างเงียบเชียบ เกรงจะรบกวนคุณหนูของตนหลินถิงสะดุ้งตื่นในยามพลบค่ำเพราะความหิวโหย เกือบหนึ่งวันเต็มแล้วที่นางมิได้แตะต้องอาหาร เมื่อเห็นหลินถิงตื่นขึ้น เถาจูรีบสั่งสาวใช้จัดสำรับอาหารทันที เพราะห้องครัวเล็กเตรียมกับข้าวไว้แล้วเพียงอุ่นไม่นานเมื่ออาหารถูกยกขึ้นโต๊ะ หลินถิงก็มิรั้งรอ รีบหยิบตะเกียบลิ้มรสด้วยความเอร็ดอร่อย “อร่อยเหลือเกิน! ขาหมูต้มเปื่อยกำลังดี นุ่มละลายในปาก แถมน้ำแกงนี้ก็กลมกล่อมยิ่งนัก!”เถาจูหยิบผ้าเช็ดหน้า ก้มลงเช็ดเม็ดข้าวที่มุมปากให้นาง “คุณหนูเจ็ดเจ้าขา กินช้าหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ไม่มีผู้ใดแย่งท่าน ดื่มกินเร็วเกินไประวังสำลักนะเจ้าคะ”ไม่ถึงหนึ่งเค่อ หลินถิงก็กวาดเกลี้ยงทั้งโต๊ะ ยังไม่พอ ยังหยิบผลไม้ขึ้นมากินต่ออีกหลายชิ้น เมื่ออิ่มหนำสำราญ