ดระวัง“เจ้าคิดว่าอีกนานเท่าไหร่พวกเราจะได้ออกจากเมือง?”จินอันไจ้ประเมินดูแล้วตอบ “น่าจะอีกครึ่งชั่วยาม”คุณชายซ่งเริ่มลนลาน หันซ้ายหันขวาด้วยความกังวล “อีกครึ่งชั่วยาม? พวกเรารอมาแล้วตั้งหนึ่งชั่วยามเต็มๆนะ!”ทหารรักษาการณ์ไม่สนว่าชาวบ้านจะรอนานแค่ไหน พวกเขาตรวจอยู่พักใหญ่ก็จะหยุดพัก แล้วก็ปิดประตูเมืองตามกำหนดเวลา ใครยังไม่ผ่านก็ให้มาใหม่พรุ่งนี้จินอันไจ้หรี่ตาเฉียบคม มองคุณชายซ่งย่างเย็นชา “เจ้าร้อนรนไปก็ไร้ประโยชน์”คุณชายซ่งถอนใจเฮือกๆ ทันใดนั้น ฟ้าผ่าฟาดลงมา สายฟ้าส่องแสงขาวจ้า ฟ้าร้องครืนๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝนยังคงตกกระหน่ำไม่หยุด น้ำบนพื้นถนนไหลเชี่ยวจนทะลุรองเท้าเข้าไปถึงข้างในอีกสายฟ้าฟาดลงมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นกลางสายฝน – เป็นหน่วยองครักษ์เสื้อแพรออกลาดตระเวนฝ่าพายุฝนมา ผู้นำขบวนใบหน้าเยี่ยงหยก เรียวตาคม สวมชุดองครักษ์เสื้อแพรแดงเข้มเปียกฝนครึ่งตัว ยิ่งเสริมให้เขาดูคล้ายบัณฑิตหนุ่มรูปงามออกเดินชมเมือง หาได้เหมือนทหารลาดตระเวนแต่อย่างใดชาวเมืองเมื่อเห็นก็พากันหลบทางให้ ต้วนหลิงพอลงจากหลังม้า ทหารรักษาการณ์ก็รีบวิ่งมากางร่มให้ พลางรายงานสถานการณ์ – ว่าวันนี้ยังไม่พบตัวคุณชายซ่ง และคุณชายห้าสกุลเซี่ยตามที่รับคำสั่งมาหน่วยองครักษ์เสื้อแพรได้รับคำสั่งจับตัวคุณชายห้าสกุลเซี่ย พวกทหารรักษาการณ์จึงต้องให้ความร่วมมือเต็มที่ ต้วนหลิงกวาดตามองแถวยาวเหยียดที่รอออกจากเมือง จากนั้น