ก็เดินไปตรวจการทำงานของทหารจุดอื่น ว่าทำงานอย่างเคร่งครัดหรือไม่ทหารที่กางร่มให้ก็รีบตามอย่างใกล้ชิด ไม่กล้าทำผิดพลาดแม้แต่น้อย หลินถิงได้ยินเสียงโกลาหลด้านหลัง จึงหันไปมองด้วยความระแวดระวัง ทันใดนั้น……ก็สบตากับต้วนหลิงพอดี หัวใจนางพลันเต้นแรงด้วยความตระหนกสายฝนยังคงกระหน่ำ ราวกับม่านน้ำที่กั้นกลางระหว่างทั้งสองไว้ เสี้ยวลมหายใจนั้นเอง ทั้งสองเดินสวนกันไปหลินถิงบังคับดวงตาตนไม่ให้เหลือบมองซ้ายขวา ไม่ทันได้เห็นว่าตอนเดินผ่านต้วนหลิง เขากลับหยุดฝีเท้าชั่วขณะหนึ่งต้วนหลิงเดินข้ามแถวตรงไปยังหน้าประตูเมือง ทหารรักษาการณ์เมื่อเห็นชุดองครักษ์เสื้อแพรของเขาก็รีบทำความเคารพ“ใต้เท้า”ต้วนหลิงยิ้มอ่อน “พวกเจ้าไม่ต้องใส่ใจข้า ทำหน้าที่ของพวกเจ้าไปเถอะ”“รับทราบขอรับ”ที่หน้าประตูเมืองมีแถวออกสองสาย เจ้าหน้าที่แถวละสี่คน สองคนถือหมายจับตรวจสอบหน้าคน สองคนดูใบผ่านทาง ก่อนต้วนหลิงมาถึง ทหารตรวจใบผ่านทางอย่างขอไปที พอเขามาถึง ทุกคนกลับตั้งใจทำงานราวกับคนละคนความเร็วในการตรวจจึงเพิ่มขึ้นอีกมาก จนถึงตาของหลินถิงในไม่ช้า“เงยหน้าขึ้น” เจ้าหน้าที่สั่งหลินถิงเงยหน้าขึ้นให้ตรวจตามคำสั่ง แต่หารู้ไม่ว่าต้วนหลิงยืนอยู่เบื้องหลังเจ้าหน้าที่นั้น แววตาพวกเขาสบกันอีกครั้ง นางพยายามไม่แสดงพิรุธ รีบเบือนสายตาหนี“ยื่นใบผ่านทาง” เจ้าหน้าที่พูดต่อหลินถิงหยิบใบออกมายื่น ทหารรับไปตรวจอย่างละเอียด เห็นว่าถูกต้องจึงกล่าว “