้สึกเร่าร้อนยิ่งกว่าตัวตำรารักเสียอีก หลินถิงรู้สึกคอแห้งผากอย่างไร้เหตุผลนางรีบเบือนหน้าหนี เอ่ยขึ้นเบาๆ “แค่……เผาแบบนี้เลยหรือ?”ต้วนหลิงกำลังเผาแผ่นสุดท้าย “มิเช่นนั้น หรือจะให้ข้าตามหาเจ้าของแล้วนำกลับไปคืนหรืออย่างไร? เจ้าก็เป็นคนพูดเองว่าไม่ต้องสืบ ข้าจึงจัดการแทนเสียเลย”หลินถิงแย้มยิ้มอย่างเสียไม่ได้ “ท่านพูดถูก เผาเสียก็ดี เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์”ขณะนั้นสายตานางเหลือบไปเห็นข้อมือของต้วนหลิงขณะที่เขาถือภาพ ตรงขอบปลอกข้อมือหลวมเล็กน้อย มองเห็นผิวเนื้อขาวของข้อมือที่มีบาดแผลลึกและแดงฉานหลินถิงเผลออุทานอย่างลืมตัว “ท่านต้วน……มือของท่านได้รับบาดเจ็บหรือ?”แผ่นสุดท้ายของตำรารักพอดีเผาไหม้หมดต้วนหลิงลดมือลง พร้อมก้มหน้าลงเล็กน้อย ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบา “แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น”เล็กน้อยหรือ?หลินถิงเผลอยกมือแตะข้อมือตนเอง คิดในใจว่า หากแผลนั้นเป็นของนาง คงเจ็บแทบตาย“ท่านเรียกแค่นี้ว่าเล็กน้อย? ข้าว่าบาดแผลลึกไม่น้อยเลย ท่านได้ใส่ยาแล้วหรือยัง?”ต้วนหลิงดูไม่คิดจะพูดต่อเรื่องนี้นัก “ใส่ยาแล้ว ไม่เป็นอันใดนัก เดี๋ยวก็หายดี”เห็นท่าแล้ว งานองครักษ์เสื้อแพรก็ดูจะไม่ง่ายเลย หลินถิงรู้สึกนึกชมจากใจ“ท่านต้วน บาดแผลนี้เกิดจากระหว่างทำหน้าที่หรือ?”เขากดปลายนิ้วลงบนปลอกรัดข้อมือ หาได้ตอบคำถามไม่ กลับย้อนถามเสียงเย็น“เมื่อครู่คุณหนูเจ็ดมิใช่ร้อนรนจะกลับหรือ?”ความหมายในคำพูดชัดเจน – แล้วเหตุใดเจ้าจึง