ระเด็นจนหลงลืมเรื่องเสื้อผ้าไป “ใช่ๆ เห็นหรือยัง เขานึกถึงเจ้าเพียงใด ถึงกับให้คนส่งผลไม้ล้ำค่าอย่างลิ้นจี่มาให้เจ้า เจ้านี่กลับใจแข็งเสียจริง!”“ข้าใจแข็งตรงไหน ท่านนั่นแหละคิดมากไป ข้าสัญญาว่าจะไปขอบคุณเขาด้วยตนเองในวันหลัง พอใจหรือยัง?”หลี่จิงชิวนั่งลง “เจ้าพูดเองนะ ต้องไปขอบคุณด้วยตัวเองจริงๆ!”หลินถิงถอนหายใจ “ข้าเคยผิดคำพูดกับท่านหรือ? เมื่อคราวก่อนท่านอยากให้ข้าไปพบ ข้าก็ไปไม่ใช่หรือ?”หลี่จิงชิวเรียกสาวใช้มาให้ล้างมือสะอาดก่อนหยิบลิ้นจี่ขึ้นปอกเปลือก แล้วจึงยื่นผลลิ้นจี่ที่ปอกแล้วมาตรงหน้าหลินถิง“เจ้าจะมัวเหม่ออะไร รีบชิมสิ…”หลินถิงคว้าผลไม้มาแล้วยัดใส่ปากหลี่จิงชิวแทน“เล่ออวิ๋น……เจ้าทำอะไร!”“ให้ท่านลองก่อน ข้ากลัวไม่อร่อยน่ะสิ!”หลี่จิงชิวเคี้ยวลิ้นจี่แล้วอดยิ้มไม่ได้ “เจ้าหนูนี่ รู้จักวางแผนกับแม่ตนเองแล้วสินะ”หนึ่งเค่อผ่านไป หลินถิงส่งหลี่จิงชิวกลับ แล้วหันกายหลบเข้าสู่ความมืดของราตรี***ยามค่ำคืนมาเยือน ท้องฟ้าดาราก็พลันหม่นแสง ใกล้ถึงเวลาห้ามออกเคหะสถาน ผู้คนบนถนนเบาบางลงมากหลินถิงชำนาญทางดี เดินทางมาถึงหอหนังสือโดยไร้คนสังเกตภายในหอหนังสือมีเพียงตะเกียงดวงเดียว จุดให้แสงริบหรี่ จินอันไจ้นั่งอยู่บนบันได กำลังเช็ดดาบยาว ประกายเย็นเฉียบของดาบฉายวาบในความมืด ตัดกับหน้ากากอันดุร้ายบนใบหน้าของเขา ดูราวกับยมทูตผู้ล่าเหยื่อขณะที่หลินถิงผลักประตูเข้า เสียงกระดิ่งก็ดังแผ่วๆ แต่เขายั