บยิ้มหวานตอบ “คุณหนูเจ็ดอย่าถ่อมตนเลยเจ้าค่ะ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะข้าติดตามท่านนานเข้า เลยเฉลียวฉลาดขึ้นมาบ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นความดีความชอบของคุณหนู”“…ข้าขอบใจเจ้าก็แล้วกันเถอะ”ไม่นาน หลินถิงก็ถูกนำเข้าไปด้านใน ส่วนเถาจูจะติดตามเข้าไปก็ถูกขวางไว้“ใต้เท้าต้วนกล่าวเพียงว่าให้คุณหนูเจ็ดเข้าไปเพียงผู้เดียว”เถาจูร้อนใจ “คุณหนูเจ็ด!”หลินถิงรู้อยู่แก่ใจว่าแต่ก่อนนางแกล้งต้วนหลิงไว้มาก ครานี้มายังเขตอำนาจของเขา จึงต้องเตรียมทางถอยไว้ก่อนไม่อาจดื้อดึงเช่นวันก่อนๆ“เอาเถิด เจ้ารอข้าอยู่ด้านนอก หากข้าผ่านไปครึ่งชั่วยามยังไม่กลับออกมา จงรีบไปตามหลิงอวี่มาให้ข้าที”“บ่าวจำไว้แล้วเจ้าค่ะ!”***ยามที่เท้านางเหยียบผ่านธรณีประตูของกองกำกับการเหนือ บานประตูก็ปิดลงอย่างช้าๆ กลิ่นอายเย็นชากระทบหน้า น่าหวาดหวั่นเกินจะอธิบาย องครักษ์เสื้อแพรพานางไปยังห้องโถงที่เคยใช้ครั้งก่อน“ท่านต้วนยังอยู่ในคุกสอบสวนผู้ต้องหา ขอคุณหนูโปรดรอสักครู่”“ได้”หลินถิงไม่แสดงพิรุธใด ยืนรออย่างสงบ ไม่แตะต้องสิ่งใดในห้อง ถึงแม้ของที่นางต้องการจะอยู่ในหนังสือ แต่นางไม่มีวันไปค้นหาในถิ่นขององครักษ์เสื้อแพร เพราะหากพลาดเพียงนิด ชีวิตอาจไม่ปลอดภัย แต่ไม่นานต้วนหลิงก็ปรากฏตัวขึ้น“ใต้เท้าต้วน”ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามา ถอดหมวกขุนนางออก เผยใบหน้าคมคายไร้ตำหนิ กลิ่นกายกลับหอมละมุนด้วยกลิ่นไม้กฤษณาเขามองนางนิ่งๆ เอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่า คนในดวงใ