ข้าเองก็ได้ยินมาจากปากป้าขายปลาที่ตลาดเมื่อวานนี้นี่เอง”เถาจูนิ่งคิด “ฟังแล้ว คนผู้นั้นก็มีฝีมืออยู่ไม่น้อย”ไม่นานนางก็ว่า “แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เท่าคุณหนูเจ็ดของพวกเรา-ถ้าเป็นคุณหนูเจ็ดล่ะก็ คงวางยาพิษฆ่าทิ้งไปแล้ว คุณหนูเจ็ดของเรานี่แหละเก่งที่สุด แถมฉลาดอีกต่างหาก”หลินถิงถึงกับตกใจ เถาจู… ในสายตาของเจ้าข้าเป็นคนเด็ดขาดอำมหิตถึงเพียงนี้เลยหรือ!?หญิงชราผู้หนึ่งที่กวาดลานอยู่มีท่าทีระแวดระวังมากกว่า กล่าวเสียงเบา “พูดให้เบาหน่อย! ถึงจะรู้ว่าอ๋องเหลียงเป็นคนเลวทราม แต่เขาก็เป็นพระโอรสของฮ่องเต้ อย่าทำตัวหาเรื่องตายเปล่า…”เด็กหนุ่มประจำเรือนว่าอย่างฮึกเหิมว่า “จะกลัวสิ่งใดเล่า ข้าเพียงพูดเล่นในลานเรือน มิได้ออกไปแพร่งพรายภายนอก”แม่เฒ่าผู้กวาดใบไม้แห้งพลางชำเลืองไปรอบกำแพง “กำแพงยังมีหู จงระวังอย่าให้คุณหนูเจ็ดพลอยเดือดร้อนไปด้วย รีบทำงานของเจ้าต่อเสียเถอะ”เมื่อไม่อาจพูดถึงเรื่องของอ๋องเหลียง พวกนางจึงวกเข้าสู่เรื่องในเรือนใน: “งานแต่งของคุณหนูแปดเป็นอันล่มไม่เป็นท่า อนุเสิ่นถึงกับตรอมใจล้มป่วย นอนซมอยู่หลายวัน”เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวหลังฉากในจวน แม่เฒ่าผู้หนึ่งถึงกับวางมือลง มิเร่งให้คนงานทำงานต่อ“ก่อนหน้านี้อนุเสิ่นยังเคยเชิดหน้าชูตาต่อหน้าฮูหยินสามอยู่เลย เห็นทีว่าชะตาเปลี่ยนแล้วแน่แท้”สาวใช้ผู้หนึ่งที่ยังอ่อนวัยถามขึ้น “เหตุใดจึงล้มเลิกงานแต่งเล่าเจ้าคะ?”“บุตรชายของรองเสนาบดีกรมค