ลังเป็นผู้หยิ่งทะนงนัก ส่วนคุณหนูแปดนั้นกลับไปลบหน้าผู้อื่นในงานปราชันกวีโดยมิรู้ที่ต่ำที่สูง ฝ่ายชายจึงเห็นว่านางไม่คู่ควร ยืนกรานให้บิดาไปถอนหมั้นด้วยตัวเอง”สาวใช้เด็กวัยสิบเอ็ดปีขมวดคิ้วงุนงง “เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านี้หรือ?”แม่เฒ่าหัวเราะเบาๆ พลางลูบศีรษะนาง “เจ้าหนูยังเยาว์นัก ยังไม่รู้ว่าในสกุลใหญ่โต เขาให้ความสำคัญกับหน้าอย่างไร อีกทั้งการแต่งงานครั้งนี้อนุเสิ่นเป็นฝ่ายปีนบันไดขึ้นไป ย่อมต้องยกย่องอีกฝ่ายทุกเรื่อง ไหนเลยจะปล่อยให้คุณหนูแปดเสียมารยาทเช่นนั้นได้”สาวใช้เด็กพยักหน้าเบาๆ อย่างไม่แน่ใจอีกคนหนึ่งกล่าวเสริมว่า “แต่คุณหนูแปดยังมีโอกาสกอบกู้หมั้นนี้อยู่ เพียงออกหน้าขอโทษบุตรเสนาบดีต่อหน้าผู้คนเท่านั้น ทว่า……นางกลับไม่ยอมกล่าวขอโทษแม้ถูกอนุเสิ่นทั้งขู่เข็ญเฆี่ยนตี นางก็ยังปิดปากแน่น เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก”เด็กหนุ่มข้างเรือนอ้าปากค้าง “คุณหนูแปดกล้าขัดคำสั่งอนุเสิ่นด้วยหรือ? เรื่องนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ!”แม่เฒ่ากล่าวช้าๆ “ใช่แล้ว ข้าเองก็ว่าดูไม่เหมือนตัวคุณหนูแปดเลย ปกตินางเป็นเด็กขาดความกล้า อะไรก็ปล่อยให้มารดาจูงจมูกไปหมด ดูท่าจะมีใครอยู่เบื้องหลังสอนให้นางกล้าทำเช่นนี้…”ถึงตรงนี้หลินถิงก็ไม่ฟังต่ออีก วางถาดเมล็ดแตงลง แล้วลุกออกจากห้อง ตั้งใจจะไปเยือนจวนต้วนเพื่อพบต้วนซินหนิงที่ห่างหายจากการพบหน้ากันหลายวันแต่ยังไม่ทันเห็นหน้าสหายรัก ก็ถูกบ่าวของเฝิงฮูหยินมารับตัว