ไปเสียก่อน เฝิงฮูหยินฉุดรั้งนางไว้สนทนาอยู่นานครึ่งชั่วยาม คำพูดล้วนแฝงความใคร่รู้ในรสนิยมของหลินถิง ไม่วายเอ่ยถึงต้วนหลิงเป็นระยะๆ หลินถิงฟังผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา แม้ตอบรับเป็นครั้งคราวเพื่อมิให้ผู้ใหญ่เสียหน้า แต่มิได้ตอบรับจนเกินควร เพราะเกรงผู้คนเข้าใจผิด ครั้นพอหลุดพ้นจากเรือนเฝิงฮูหยิน หลินถิงก็โล่งใจดังปลดภูเขาออกจากอกส่วนต้วนซินหนิงนั้นยังไม่รู้เรื่องที่มารดาทั้งสองฝ่ายเคยจัดให้หลินถิงกับพี่ชายของตนดูตัวกัน เมื่อนางได้ยินจากบ่าวว่าหลินถิงไปพบมารดา จึงเข้าใจไปว่าเฝิงฮูหยินเพียงแค่เอ็นดูสหายของตนเท่านั้นเมื่อนางไม่เห็นหลินถิงจึงมิได้เข้าไปแทรกในบทสนทนา คงรออยู่ในห้องจนอีกฝ่ายมาถึง จึงเอ่ยขึ้นว่า “ดูท่ามารดาข้าจะชอบเจ้านัก ปกติท่านไม่ออกหน้าต้อนรับผู้อื่นเช่นนี้หรอก”หลินถิงทราบดีว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น อดรู้สึกกระดากมิได้“เฝิงฮูหยินใจดีต่อข้ามากนัก…”ต้วนซินหนิงก็เอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วเชิญหลินถิงนั่งลงบนตั่งไม้“ความจริงถ้าเจ้าไม่มาวันนี้ ข้าก็คิดจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”“เช่นนั้นเราย่อมจิตใจสื่อถึงกัน”ไม่คาดว่าต้วนซินหนิงกลับเผยสีหน้าเคร่งเครียด“เล่ออวิ๋น ข้าก่อเรื่องผิดไปอย่างหนึ่ง…”หลินถิงที่กำลังนวดขมับอยู่ถึงกับชะงัก นึกถึงฉากเกินห้ามใจในนิยายต้นฉบับ“ก่อเรื่องผิดอันใดหรือ อย่าบอกนะว่า…เจ้ากับคุณชายเซี่ยได้ลิ้มรสรสรักก่อนแต่งแล้ว?”ต้วนซินหนิงหน้าแดงเป็นลูกผิงกั่ว สะดุ้งสุดต