ิด ข้าผิด! เจ้าอย่าโกรธเลย ข้ากลัวท่านพี่รู้แล้วจะฟ้องท่านแม่จึงไม่กล้าบอกความจริง”แม้ต้วนหลิงจะอ่อนโยน แต่ก็คือพี่ชาย…ต้วนซินหนิงไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงต่อหน้าเขาหลินถิงถอนใจ “แต่เจ้าจะอ้างเรื่องอื่นก็ได้มิใช่หรือ บอกว่าอยากอ่านต่อ ให้เขาเอาหนังสือกลับมาก็พอ ไยต้องโยงถึงข้า?”ต้วนซินหนิงพึมพำ “ก็ในห้องหนังสือท่านพี่ยังมีเล่มเดียวกันอีกเล่ม ข้ากลัวเขาสงสัยว่าทำไมจึงต้องเป็นเล่มนั้น…”หลินถิงครุ่นคิด “เจ้าก็อ้างว่าได้จดบันทึกไว้ในเล่มนั้น เขาคงไม่ขัด”“เขาย่อมรู้ว่าข้าไม่ชอบอ่านหนังสือพวกนั้น และก็รู้ว่าข้าเอาไว้กล่อมให้หลับ…คงไม่เชื่อว่าข้าทำบันทึก” ต้วนซินหนิงทอดถอนใจ “เขาเป็นองครักษ์เสื้อแพร เคยชินกับการจับพิรุธคำพูด ถ้าพูดผิดเพียงนิด เขาอาจเปิดหนังสือขึ้นดู…”“…ช่างเถิด” หลินถิงหมดหนทางพูดต้วนซินหนิงแอบสังเกตสีหน้าหลินถิง แล้วพูดเสียงเบา “ท่านพี่บอกว่าจะนำหนังสือมาส่งให้เจ้าด้วยตนเอง…จะได้สบายใจ”หลินถิงตกใจ “อย่าเลย! ข้าจะไปหาเขาที่กองกำกับการเหนือเอง อย่าปล่อยให้หนังสือเล่มนั้นอยู่กับเขานานนักไม่เช่นนั้น…ข้าคงต้องกลายเป็นหญิงสาวผู้หลงใหลตำราโลกีย์โดยมิได้ดูสักหน้า!”ต้วนซินหนิงรีบปลอบ “ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่ามีภาพพวกนั้นอยู่ในเล่ม…”หลินถิงผุดลุกจากตั่งไม้ “แต่มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้! อย่าประมาทเรื่องเช่นนี้เลย”ต้วนซินหนิงหน้าเสีย “ตอนนี้เจ้าจะไปกองกำกับการเหนือเลยหรือ?”“ใช่ ข้าจะไปเดี๋ยวน