าดี”ต้วนหลิงกล่าวช้าๆ “หน้าตาดีแล้วอย่างไร ในเมื่อมันก็เป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มซากกระดูกเปื้อนเลือดเท่านั้นสำหรับคุณหนูเจ็ด ข้าต่อให้ดูดีเพียงใด ก็ยังไม่คู่ควรจะได้แตะต้องปลายเท้าเจ้า”ประโยคบ้าๆ นี่จะตามหลอนนางไปถึงเมื่อใดกัน! นางอยากย้อนเวลากลับไปตบปากตัวเองจริงๆ“ข้าอยากบอกท่านตั้งนานแล้วว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ ท่านไปได้ยินมาจากที่ใดกัน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบ้าไปแพร่ข่าวเหลวไหลแบบนั้น!”หลินถิงกล่าวด้วยความเจ็บใจ “คนที่ปล่อยข่าวนี่มันร้ายกาจนัก ท่านต้วน ข้าต้องขอพูดให้ชัดวันนี้เลย ใครมันว่าท่านไม่คู่ควรกับข้า ท่านแน่นอนว่าคู่ควรกับปลายเท้าข้า!”ต้วนหลิงมองนาง “หืม?”นางรีบตบปาก “ขอโทษ ข้าเผลอพูดผิด ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น…”“ข้าหมายถึง ท่านไม่จำเป็นต้องมาแตะปลายเท้าข้า เอ๊ะ? ก็ไม่ถูกอีก… เอาเถิด ข่าวลือมันก็แค่ข่าวลือ พวกเรารู้ความจริงก็พอ คนอื่นจะพูดอย่างไรก็ให้เขาพูดไปเถิด”ต้วนหลิงยิ้มบาง อ่อนโยนราวสายลมฤดูใบไม้ผลิ “เช่นนั้นเอง ข้าก็แค่หลงเชื่อข่าวลือนั่น คนปล่อยข่าวลือนั้นช่างร้ายกาจยิ่งนัก เจ้าอยากให้ข้าสืบหาตัวนาง แล้วจัดการให้นางรู้สำนึกบ้างหรือไม่?”หลินถิงลุกพรวด “ไม่ต้อง! ข้าคิดว่า… คนผู้นั้นน่าจะสำนึกผิดแล้วล่ะ!”นางกระแอมเบาๆ หนึ่งครา ก่อนเอ่ยว่า “รู้ผิดแล้วยอมแก้ ถือเป็นความดีอันใหญ่ยิ่ง หากนางผู้นั้นคิดก่อเรื่องแพร่ข่าวลือเลอะเทอะอีก ครานั้นค่อยลงโทษนางก็ยังไม่สาย ข้าเห็นควร