เลาะกันแล้ว จึงหยิบผลไม้แห้งป้อน “คุณหนูเจ้าคะ ลองชิมดู หวานแต่ไม่เลี่ยน ท่านชอบแน่ๆ”หลินถิงรับไว้แล้วกินเข้าไป “อร่อยจริงด้วย”นางหยิบอีกชิ้นป้อนเถาจู แล้วพอเห็นหลี่ซื่อมองมาอย่างไม่พอใจ ก็หยิบอีกชิ้นส่งให้มารดา “ท่านแม่ ลองชิมดูบ้างเจ้าค่ะ”นางยึดหลัก “ฝนฟ้าต้องตกต้องทั่วฟ้า” มิให้ใครน้อยใจสีหน้าหลี่ซื่อจึงดูดีขึ้นเล็กน้อย ความไม่พอใจมิใช่เพราะหึงหวงบุตรสาวเอาใจผู้อื่น หากแต่เพราะเห็นว่านางไร้ซึ่งระเบียบมารยาท ไม่รู้จักแบ่งแยกเจ้านายกับบ่าวเถาจูเป็นเพียงสาวใช้ หลินถิงคือคุณหนูผู้สูงศักดิ์ เจ้านายจะมาสนิทสนมกับบ่าวเหมือนพี่น้องเช่นนี้ได้อย่างไร?มันไม่เหมาะสมเลย แต่หลี่ซื่อก็เข้าใจนิสัยบุตรสาวดี หากพูดมากก็จะไม่เข้าหู จึงอดกลั้นไว้นางจึงกล่าวเพียง “หญิงสาวควรสำรวม อย่าร้องขอให้ใครป้อนของกิน หรือป้อนผู้อื่นโดยง่าย”พอหลี่ซื่อกล่าวจบ หลินถิงก็หยิบอีกชิ้นป้อนเข้าปากนางทันทีหลี่ซื่อ “…”เถาจูหัวเราะเบาๆ พอเห็นสายตาฮูหยินส่งมา ก็รีบเบือนหน้าหนี หลินถิงแอบบีบมือเถาจูเบาๆ อย่างรู้กัน***ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม รถม้าแล่นมาถึงหน้าประตูเมืองก็ถูกหยุดเอาไว้ คนในรถอย่างหลินถิงรู้สึกถึงความผิดปกติจึงเปิดม่านชะโงกหน้าออกดู เห็นว่ารถม้าสองคันหน้าคือสกุลต้วน ส่วนของพวกนางอยู่คันหลังต้วนหลิงเดินลงมาจากรถม้าพอดี ขุนนางในเครื่องแบบองครักษ์เสื้อแพรตรงเข้ามารายงานข่าวบางอย่าง สายตาหลินถิงลอยไปยังใบหน้าของต้ว