องทั้งสองใกล้เกินไป จึงถอยหลังหนึ่งก้าว และดึงมือลงเขาสวมหมวกขุนนางให้เรียบร้อย หมวกที่ปกปิดผมยาวที่เพิ่งถูกนางจิกเมื่อครู่ แล้วกล่าวเสียงเบาอย่างลอยๆ ส่งคำถามกลับมาแทนคำตอบ“แล้วเจ้าคิดว่าข้ารู้ได้อย่างไรเล่า?”หลินถิงเห็นเขาถอยห่างออกมา ลมหายใจก็กลับมาโล่งขึ้น กลิ่นหอมจากร่างเขายังไม่จาง ทำให้นางยิ่งตระหนักว่าตนทำอะไรลงไป“ข้าเผลอบอกท่านไปว่าข้าเป็นนางรำมาแล้วห้าปี แต่รำได้แย่นักใช่หรือไม่?”หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ คืนก่อนนางคงไม่มัวแต่ขี้เกียจนอนหลับหนึ่งชั่วยาม อย่างน้อยก็อาจจะรำได้ดีกว่านี้หน่อยต้วนหลิงจ้องตานางลึกซึ้ง ปลายนิ้วลูบลายปักบนปลอกแขน ไม่ตอบ แต่กลับถามอีกเรื่องแทน“แล้วเจ้าปลอมตัวเป็นนางรำ แอบเข้ามาในจวนเหลียงอ๋องเพื่อสิ่งใด?”หลินถิงกล่าวกึ่งจริงกึ่งเท็จ “ข้าทำไปเพื่อช่วยสหายคนหนึ่ง นางถูกเหลียงอ๋อง……จับตัวไป ข้าเป็นห่วงนาง จึงต้องมา”เรื่องที่เหลียงอ๋องพาสตรีคนใหม่กลับมา แล้วนางก็ถูกช่วยไป ย่อมเล็ดลอดออกไปแน่นอนหลังจากวันนี้เมื่อต้วนหลิงล่วงรู้ว่านางปลอมตัวมาในฐานะนางรำ ก็คงเชื่อมโยงเรื่องเข้ากับตน นางจึงเลือกปิดบังเรื่องหอหนังสือ แล้วเลือกสารภาพเรื่องช่วยสหายแทน-กึ่งเท็จ กึ่งจริง มีความน่าเชื่อถือกว่ามาก“ข้าเชื่อว่าท่านต้วนก็คงเคยได้ยินกิตติศัพท์ด้านความชอบของเหลียงอ๋องอยู่บ้าง สหายข้าตกอยู่ในมือเขา ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ” หลินถิงอ้างเหตุผลด้วยความรู้สึกและตรรกะ หวังให