มแสดงภายในจวนมิขาดเป็นจริงอย่างที่นางว่า จวนนี้กว้างดั่งถนนยาวสายหนึ่ง อีกทั้งศาลา อาคาร ระเบียง ลาน ล้วนมีรูปแบบละม้ายกัน หากมิใช่คนในย่อมหลงทางได้ไม่ยาก กระนั้นยามทั้งสองก็ยังแฝงความเคลือบแคลงหนึ่งในนั้นถามขึ้นว่า “เหตุใดถึงหลงเล่า? ปกติย่อมมีแม่เล้านำพานางรำกลับเรือนมิใช่หรือ?”“ที่คุณชายว่าก็ถูกอยู่” หลินถิงว่า พลางเว้นคำสักพัก “แต่……พวกเราไม่อยากกลับ”ยามตื่นตระหนก “พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ไม่อยากกลับหรือ? คิดจะทำอะไร-”ความคิดแรกในหัวพวกเขาคือ-สองนางรำนี้จงใจมายังตำหนักท่านอ๋อง คิดจะยั่วยวนเขา หวังจะมีที่ยืนในจวนหลินถิงแย้มยิ้มบาง “ที่ข้าหมายความก็คือ……อยากวางยาเจ้าน่ะสิ”คำพูดยังไม่ทันจบ นางก็สาดผงยาวิเศษเข้าใส่หน้าพวกเขาเต็มๆ ยามทั้งสองรีบยกมือหมายคว้าดาบ ทว่าเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้าม ดวงตาก็มืดลง ร่างร่วงลงไปนอนแน่นิ่งหลินถิงก้าวข้ามร่างยาม พลางรีบสั่งให้จินอันไจ้ลากพวกเขาไปซ่อนไว้ในพุ่มไม้ด้านข้าง เพื่อไม่ให้ใครสงสัย หากมีผู้ผ่านมาพบว่าหน้าประตูตำหนักอ๋องไร้คนเฝ้า อาจเพียงนึกสงสัยว่าถูกเรียกไป หรือแอบอู้งาน มิอาจเดาได้ว่าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แต่หากพบศพหรือตัวคนล้มอยู่ต่อหน้า-ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่าเกิดเหตุแล้วผู้ฝึกยุทธ์มักมีแรงมาก ผู้ใดมีวรยุทธ์สูงยิ่งมีกำลังมากขึ้นไปอีก จินอันไจ้ลากคนทั้งสองเข้าไปซ่อนได้อย่างง่ายดายสบัดมือปัดผงยาบนใบหน้าพวกเขา แล้วกล่าวอย่างระคนตำหนิ“เหต