จึงด่าออกมาชุดใหญ่ ไล่ด่าไปถึงบรรพบุรุษของอีกฝ่าย ครั้นได้เห็นหน้าต้วนหลิงชัดๆ เขาหรี่ตา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน“โอ้โห หน้าตาอย่างนี้ยิ่งกว่าผู้หญิงอีก เจ้าคงไม่ใช่ผู้ชายหรอกมั้ง?”เขามองไม่เห็นรถม้าที่อยู่ข้างๆ หญิงสาวที่ถูกเขาลากอยู่เห็นรถม้า แต่ก็ไม่เตือน ปล่อยให้เขาด่าต่อไป ชายขี้เมาสูดจมูกนิดหนึ่ง กลิ่นหอมลอยมาปะทะจมูก ยิ่งดูถูก“กลิ่นหอมยิ่งกว่าผู้หญิงอีก ไอ้หน้าหวาน ไสหัวไป!”ต้วนหลิงดูไม่โกรธแม้แต่น้อย เพียงมองอีกฝ่ายอีกครั้ง แล้วยกมือห้ามคนขับรถม้าที่กำลังจะเอ่ยปากด่า พลางเบี่ยงตัวหลบทางให้“ถือว่าเจ้ายังรู้จักหลบ” ชายขี้เมายังไม่วายชนเขาอีกทีอย่างตั้งใจคนขับรถม้าเป็นข้ารับใช้เก่าแก่ของสกุลต้วน อายุกว่า 40 ปี เลี้ยงดูต้วนหลิงมาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเห็นคุณชายของตนถูกดูหมิ่นก็โมโหสุดขีด“คุณชายรอง ท่านควรจะสั่งสอนคนเช่นนี้เสียบ้าง!”ต้วนหลิงยิ้มบาง เอ่ยเรียบๆ “เขาเมาแล้ว”ด้านในรถม้า เถาจูซึ่งรู้สึกเวียนหัวมาตลอด เพิ่งจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง จึงเปิดผ้าม่านออกมาอย่างร้อนรน“ท่านต้วน คุณหนูเจ็ดอยู่ไหนหรือเจ้าคะ?”ต้วนหลิงเหลือบตามองไปเบื้องหน้า เถาจูจึงมองตามสายตาเขาไป ก่อนจะอุทานเบาๆ ว่า“คุณหนูเจ็ด!”หลินถิงกลับมาหาพวกเขาแล้ว หลังจากให้จินอันไจ้ไปหาที่หลบตาคนรอ“ไม่ใช่บอกให้นั่งรออยู่ในรถม้าหรือ? ออกมาทำไม? ยังเวียนหัวอยู่ไหม หรือจะให้ข้าไปตามหมอมาดู?”เถาจูส่ายหน้า “ไม่เวียนหัวแล้วเจ้าค่ะ