ลรินจากหางตาเป็นทางนิ้วมือทั้งสิบถูกตัดเรียบ ข้อมือก็เหลือเพียงกระดูก ชิ้นเนื้อที่ถูกเฉือนออกมานั้นถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบอยู่ข้างศพ รอยแผลเรียบสนิท ความหนาของเนื้อที่เฉือนดูใกล้เคียงกันมาก ชัดเจนว่าคนลงมือนั้นมีทักษะการใช้มีดอย่างช่ำชอง รู้จักสรีระของมนุษย์ดีเยี่ยม ไม่ใช่ฝีมือของหญิงสาวที่เขาลากตัวไปอย่างแน่นอนแม้หลินถิงเคยเห็นศพมาหลายครา แต่นางยังอดรู้สึกพะอืดพะอมมิได้ ไม่กล้ามองใกล้ๆ จินอันไจ้ชินกับความเป็นความตาย จึงก้าวเข้าไปก้มมองศพอย่างใจเย็น“เพิ่งสิ้นลมหายใจได้ไม่นาน”หลินถิงกลั้นหายใจ กำจมูกไม่ให้กลิ่นคาวเลือดเล็ดลอด “หรือจะเป็นศัตรูเก่าตามล้างตามผลาญเขา?”จินอันไจ้ก้าวข้ามคราบเลือดเข้าไปใกล้ศพ ย่อตัวลงพิจารณาแผลก่อนเอ่ยช้าๆ “ก็เป็นไปได้ คนเช่นนี้มีศัตรูมากกว่าคนรู้จักอยู่แล้ว”เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับความตายของชายผู้นี้ ยิ่งเห็นศพอยู่ตรงหน้า ก็ยิ่งเอาเท้าบดขยี้เนื้อที่ถูกตัดออกจากร่างนั้น“ตายเสียได้ก็ดี จะได้ไม่ไปสร้างเวรสร้างกรรมให้ใครอีก”หลินถิงมองเลยไปที่ปลายตรอก พบว่าหญิงสาวผู้นั้นยังอยู่ตรงนั้น นางจ้องศพของชายขี้เมานิ่งๆ อยู่เนิ่นนานแล้วค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าซีดเผือด เริ่มเผยอารมณ์บางอย่าง ดวงตาเหม่อลอยชัดขึ้นเรื่อยๆเมื่อแน่ใจว่าชายผู้นั้นตายแน่แล้ว นางกลับยิ้มอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าแดงซ่าน น้ำตาไหลจากหางตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอย นางทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ ราวกับสติไ