ียว่าเป็นห้องสมุดธรรมดาก็แล้วกัน”นางฝืนยิ้ม “เจ้าค่ะ…”ห้องสมุดบ้าบออะไรมีดวงตาเต็มผนังแบบนี้กันเล่า!?สายตานางหันไปยังประตูเป็นระยะๆ ต้วนซินหนิงโกหกว่านี่คือห้องของตนยังพอรับได้ แต่เจ้ากรรมดันทิ้งให้นางเผชิญหน้ากับพี่ชายเช่นต้วนหลิงเพียงลำพังอีกด้วยหากเป็นปกติ หลินถิงอาจดีใจที่ได้อยู่กับเขาตามลำพัง เพื่อเร่งทำภารกิจ “จูบเขาให้ได้” ให้สำเร็จ……แต่หลังจากภาพ “กำแพงแห่งดวงตา” ที่เห็นไปเมื่อตะกี้ ตอนนี้นางต้องการเวลาให้หัวใจตั้งตัวก่อน!ครู่หนึ่งผ่านไป ประตูยังไร้ความเคลื่อนไหว หลินถิงเริ่มแน่ใจว่า……ต้วนซินหนิงคงลืมตนไว้จริงๆ แล้ว ความรู้สึกหงุดหงิดปะทุขึ้นจนสามารถปลุกวิญญาณปีศาจสิบตนให้ลุกขึ้นมาได้แม้จะหงุดหงิด แต่นางยังคงเอ่ยกับต้วนหลิงอย่างนอบน้อม “ท่านต้วน ข้าขอไปหาหลิงอวี่สักครู่”เขาเพิ่งลงลายมือในเอกสารเสร็จ วางพู่กันบนที่วาง“ไม่อ่านหนังสือแล้วหรือ?”หลินถิงตอบอย่างมีชั้นเชิง “ข้ากับนางตกลงกันไว้ว่าจะอ่านด้วยกัน สนทนากันไปด้วย หากนางไม่อยู่ ข้าก็ไม่มีใจอ่านหนังสืออีก”เขายังไม่ทันตอบ ลมจากหน้าต่างพัดเข้ามา แผ่นจดหมายฉบับหนึ่งที่ไม่ได้กดไว้ปลิวลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกลงมาตรงหน้าเท้าของหลินถิง ด้านที่เขียนข้อความหงายขึ้นอย่างพอเหมาะโดยปกติ คนที่เห็นกระดาษปลิวตกพื้นย่อมจะช่วยเก็บให้ – หลินถิงก็ไม่ต่างกัน นางโน้มตัวลงหยิบมันขึ้นมา และทันทีที่เห็นข้อความบนกระดาษ ดวงตาของนางก็เบิกกว้างเล็