ก่อนจะโผบินจากไป เหลือเพียงลูกสุนัขตัวเล็กซึ่งถูกล่ามไว้ ยังคงใช้เท้าคุ้ยดินอยู่ไม่หยุด“ท่านจับได้แล้วหรือ?”หลินถิงใจไม่อยู่กับหนังสืออีกต่อไป ฉวยโอกาสที่ต้วนหลิงหันหลังให้ แอบเขย่งเท้าเดินเข้าใกล้ประตูทีละนิดต้วนหลิงเคาะขอบหน้าต่างเบาๆ ลูกสุนัขดูอยากวิ่งมาหาเขา แต่ถูกเชือกที่ผูกไว้รั้งเอาไว้“เพิ่งจับได้วันนี้ โชคดีที่เจ้าบอกล่วงหน้าว่าในกององครักษ์เสื้อแพรมีสายลับ ข้าจึงวางแผนให้คนพวกนั้นเผยตัวออกมาได้”เขาหันกลับมาทันควัน – หลินถิงก้าวขาถอยกลับอย่างว่องไวจนดูแทบไม่ทัน สวมบทนักอ่านชี้ไปที่หนังสือบนชั้นอย่างตั้งใจเขามองนาง “คุณหนูเจ็ดอยากอ่านตำราใด บอกข้าได้นะ ข้าหาให้เจ้าได้”หลินถิงหยิบตำรามั่วๆ ขึ้นมาเล่มหนึ่ง“ข้าอยากอ่านนิยาย……เล่มนี้ก็ดูไม่เลว ข้าเลือกเองได้ ไม่ต้องรบกวนท่าน”เขาเหลือบมองแล้วเอ่ยเตือน“ชั้นหนังสือนั้นล้วนเป็นพงศาวดาร ไม่ใช่นิยาย หากเจ้าต้องการอ่านเรื่องภูตผีวิญญาณ ข้ามีอยู่ที่ชั้นตะวันออกชั้นที่สอง”นางก้มมองเล่มที่ตนถือไว้ – รวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์สมัยฉินและฮั่น- รีบเก็บคืนทันที“ข้าเลือกผิด”เขาหัวเราะอย่างไม่พูดอะไร หลินถิงฝืนทนต่อสายตาของต้วนหลิง เดินเลี่ยงออกมาจากชั้นหนังสือใกล้ประตู มุ่งหน้าไปยังชั้นที่เขาว่ามีนิยาย“ท่านต้วน ข้าอยู่ที่นี่จะรบกวนท่านหรือไม่?”เขานั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ ไม่เรียกบ่าวรับใช้เข้ามา เพียงลับหมึกแล้วเริ่มเขียน“ไม่รบกวนดอก คิดเส