ขนก “เจ้ากลับซูโจวไปครั้งนี้เพื่อไปพบญาติของเจ้าหรือ?”ไม้ปัดฝุ่นหยุดลงตรงชั้นหนังสือบนสุด จินอันไจ้กำด้ามไม้แน่น“ไม่ ข้าไม่มีญาติ”หลินถิงเอ่ยเสียงเบา “อ้อ” คำถามเมื่อครู่ก็แค่ถามไปตามมารยาทเท่านั้น พอได้ยินดังนั้น นางจึงไม่เซ้าซี้เรื่องส่วนตัวของเขาต่อ “เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ยังมีอีกหลายงานที่รออยู่”หากไม่มีเขาช่วย นางคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่“รู้แล้ว” เขากล่าวจินอันไจ้ยังคงก้มหน้าก้มตาปัดฝุ่นที่ชั้นหนังสือถัดไปอย่างขยันขันแข็ง แล้วพลันเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจว่า“ช่วงที่ข้าจากไป เมืองหลวงมีเรื่องใหญ่ใดเกิดขึ้นหรือไม่?”นางยังคงก้มหน้าดูบัญชีการค้า พลางเย้าแหย่“โธ่เอ๋ย พระอาทิตย์คงขึ้นจากทางตะวันตกเสียแล้ว เจ้ายังมีแก่ใจเป็นห่วงบ้านเมืองด้วยหรือ?”เขาไม่ตอบ เพียงนิ่งเงียบตามเคยหลินถิงกวาดสายตามองตัวเลขเงินบนบัญชีการค้า นางลองคำนวณแล้วคำนวณอีกว่าตอนนี้ยังขาดอยู่อีกเท่าไรถึงจะเก็บครบสามพันตำลึง จึงพูดพลางเหม่อ“ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งใหญ่ทีเดียว – สกุลเซี่ยถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว”แรกทีเดียว นางฟังแล้วก็ไม่คิดอะไร ถือว่าเป็นเรื่องของคนอื่น ทว่าบัดนี้กลับจดจำได้แม่นยำยิ่ง“ข้าว่าแปลกดีเหมือนกัน ไม่กี่วันก่อนข้าไปที่ถนนตะวันตกยังบังเอิญเจอคุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยเข้า-คนที่หนีไปก่อนจะถูกประหารนั่นแหละ เขาแอบซ่อนตัวอยู่ในลูกบอลดอกไม้ หวังจะใช้ขบวนแห่ของโคมงามออกนอกเมือง สุดท้ายก็ถูกจับได้อยู่ดี”เหตุการณ์ในวันนั้