น หลินถิงยังจำได้ไม่ลืม“เป็นพวกองครักษ์เสื้อแพรที่จับได้”จินอันไจ้นิ่งไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่ ไม้ปัดฝุ่นในมือหยุดนิ่ง ปัดอยู่แต่ที่เดิมไม่ไปไหน“เช่นนั้นหรือ”“ข้าจะโกหกเจ้าทำไมเล่า? ไปถามใครแถวนั้นก็รู้แล้ว เรื่องนี้คนเขาลือกันให้แซ่ด เจ้าเพิ่งกลับมาจากซูโจวก็เลยไม่รู้”เขาไม่ตอบอีกครั้ง เย็นชาเฉกเช่นเดิม หลินถิงยังเล่าต่อ“แม้คุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยจะถูกจับได้ตอนซ่อนตัวในขบวน แต่เขาก็ยังหนีรอดมาได้ สุดท้ายจะหลุดไปจากเมืองหลวงจริงหรือไม่นั้น ข้าก็ไม่ทราบแล้ว”“ได้ยินมาว่าข้อหาที่สกุลเซี่ยโดนยึดทรัพย์คือรวมหัวกันเล่นพรรคเล่นพวก แต่บางคนก็บอกว่าสกุลเซี่ยเมื่อก่อนก็ไม่เลว เจ้าว่ามันจะมีเบื้องหลั-”จินอันไจ้ยกหนังสือขึ้นออกไปตากแดดในลาน ไม่หันหน้ากล่าวว่า “เรื่องของราชสำนัก ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”หลินถิงแลบลิ้นใส่เขา ใครกันนะที่เป็นคนเริ่มถามว่าเมืองหลวงมีเรื่องใหญ่หรือไม่? แล้วพอนางพูดขึ้นมาก็กลับมาทำเป็นไม่เกี่ยวกับตนเองเสียนี่“เจ้าค่ะๆ ไม่เกี่ยวกับเจ้าก็ไม่เกี่ยว งั้นก็รีบเก็บของไปกับข้าหน่อย ข้าจะไปถนนตะวันตกหาแหล่งผ้าใหม่”ถนนตะวันตกนั้นแม้จะครึกครื้น ทว่า……ก็วุ่นวายไม่น้อย แต่มีจินอันไจ้ไปด้วยก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก พอเขายืนอยู่ข้างๆ หลินถิงก็กล้าต่อรองราคามากขึ้นหลายส่วนจินอันไจ้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปถนนตะวันตกกับนาง เขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม ไม่พูดอันใด เดินเข้าหอหนังสือไ