งงานของหลินถิงยังไม่มีเค้าเงานางแน่ใจว่าอนุเสิ่นผู้นั้นต้องยุแยงสามีอยู่มิใช่น้อย หลินซานเย่ก็ช่างเหลือเกิน เป็นถึงขุนนางของราชสำนักแต่กลับหูเบา ยกย่องคำพูดของหญิงชั้นรองราวกับเป็นคำสั่งฟ้าลิขิต คิดถึงตรงนี้แล้วหลี่ซื่อก็ยิ่งแค้นใจนัก อยากจะไล่นังหญิงชั่วสองแม่ลูกนั่นออกจากเรือนไปให้พ้นตา อย่างไรก็ดี นางตั้งใจมั่นว่าจะต้องหาคู่ครองที่ดียิ่งกว่าให้แก่หลินถิงหลี่ซื่อลูบเรือนผมดำขลับอ่อนนุ่มของหลินถิงอย่างอ่อนโยน ก่อนหันไปบอกกับบ่าวในเรือนถิงหลิงว่า “มัวยืนเซ่อทำอันใดอยู่ รีบเข้ามาช่วยคุณหนูของพวกเจ้าล้างหน้าแต่งตัวเสีย!”รู้ใจลูกยิ่งกว่าใคร หลินถิงพอจะเดาได้ว่ามารดามาที่นี่ด้วยเหตุใด เพียงแต่แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำตามใจท่านแม่ ลุกขึ้นไปล้างหน้าแต่งตัว เตรียมหูรับฟังบทเทศนาอันยาวเหยียด ทว่าหลี่ซื่อกลับไม่เอ่ยอะไรยืดยาวเหมือนเคย นางเพียงให้สาวใช้คนสนิทนำสมุดเล่มหนึ่งมาให้ “ดูสิ”หลินถิงรับไว้ด้วยความสงสัย “ท่านแม่ สมุดอะไรหรือ?”หลี่ซื่อมองลูกสาวพลางยิ้มพอใจ เห็นว่ายิ่งโตยิ่งงามนัก ก็กล่าวพลางหยอกล้อ “เปิดดูเองสิ แล้วเจ้าจะรู้”เถาจูก็อดชะโงกหน้าดูไม่ได้ หลินถิงขมวดคิ้วพลิกดู ภายในเป็นภาพบุรุษล้วนๆ แต่ละภาพมีชื่อ อายุ สกุล และพื้นเพแนบท้ายอยู่ด้วยนางแกล้งทำซื่อ “ภาพวาดพวกนี้งดงามดี ท่านแม่เป็นคนวาดหรือเจ้าคะ?”หลี่ซื่อยกนิ้วจิ้มหน้าผากนางเบาๆ “เลิกแกล้งโง่ได้แล้ว บุรุษสกุลดีเหล่านี้ ข้าคัดเล