แผงแล้วกินอย่างสบายใจเจ้าของแผงมองเด็กสาวคนหนึ่งจ้องไปยังกองกำกับการเหนือไม่กะพริบตา จึงอดถามมิได้ “ผู้คนโดยมากต่างหลีกหนีที่นั่นกันทั้งสิ้น แต่แม่นางกลับจ้องเหมือนจะสิงมันเข้าไปเสียให้ได้”“ข้าเพียงมองเล่นเท่านั้น”“แหม……แม่นางเรียกว่ามองเล่นหรือ? ข้าว่าท่านอยากจะบินเข้าไปเสียมากกว่า รอคนในดวงใจอยู่กระมัง?” เขาหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อคำกล่าวของนาง“หาใช่ไม่!” นางรีบปฏิเสธแท้จริงหลินถิงก็มิได้อยากนั่งเฝ้าอยู่แถวนั้นนัก แต่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ นางได้ยินว่าต้วนหลิงงานยุ่งยิ่งนัก มักพักค้างที่นั่นและกลับไปยังสกุลต้วนน้อยครั้ง ภารกิจนี้ยังเหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดวัน หลินถิงไม่อาจนิ่งเฉยได้ นางจำต้องออกมาเสี่ยง หวังว่าโชคอาจเข้าข้างเมื่อกินขนมเปี๊ยะหมดแล้ว หลินถิงปัดเศษขนมออกจากมือด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปมองกองกำกับการเหนือ หลังคากระเบื้องดำ เสาค้ำสีแดงสด เบื้องหน้ามีบันไดหินทอดขึ้นไป ทั้งสองข้างมีโคมหินตั้งตระหง่าน พร้อมสิงโตหินและกลองแขวน สี่องครักษ์ในชุดผ้าไหมปักยืนเฝ้าหน้าประตู ดาบชักพาดอยู่ที่เอว สีหน้าทุกคนเรียบนิ่งป้ายไม้เหนือประตูเขียนว่า “กองกำกับการเหนือ” มีอำนาจล้นฟ้าและกลิ่นอายเย็นเยียบเฉพาะตัวของกองทหารลับ หลังคาเป็นแบบซุ้มประธาน ยอดปลายโค้งคล้ายปีกนก บนชายคาห้อยกระดิ่งทองสัมฤทธิ์ล้อกับสายลมหลินถิงไม่รู้ว่าตนเฝ้าอยู่ที่แผงขนมเปี๊ยะนานเท่าใด รู้เพียงว่าก้นชักเริ่มช