ล้ว นางกล้ายืนยันว่าเขาไม่ได้หัวเราะเยาะตน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาหัวเราะสิ่งใด และดันซวยที่หัวเราะผิดจังหวะทางออกที่ดีที่สุดคือรอให้ต้วนซินหนิงหายโกรธ เซี่ยจื่อม่อยอมก้มหัวง้องอน นางค่อยตามน้ำไปว่าไม่ถือโทษโกรธเคือง เรื่องก็จะผ่านไปเองหลินถิงทำเป็นไม่เห็นสายตาเศร้าๆ ของเซี่ยจื่อม่อ ก้าวขึ้นรถม้าไปก่อน ผ่านไปครู่หนึ่ง ต้วนซินหนิงก็ค่อยๆ ยกชายกระโปรงตามขึ้นมา ใบหน้ายังแฝงด้วยความโกรธ ทว่าก็จางลงกว่าก่อนหน้า เกรงว่าคงถูกเซี่ยจื่อม่อรั้งไว้หน้ารถเพื่อเอ่ยคำอธิบายอยู่พักหนึ่งแล้วกระมังเถาจูแลเห็นบรรยากาศในรถม้ามีความแปรปรวนในอากัปกิริยา ย่อมมิใช่คนโง่งมที่มองมิออก จึงรีบแสร้งทำเป็นมิได้ยินมิได้เห็น ยกมือเปิดม่านให้ด้วยท่าทีคล่องแคล่ว “คุณหนูสาม”ต้วนซินหนิงก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างหลินถิง ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง แนบศีรษะพิงบ่าของนางเบาๆ บ่าวหญิงที่รับใช้อยู่ข้างกายต้วนซินหนิงสบตากับเถาจู ต่างคนต่างเข้าใจโดยมิต้องเอื้อนเอ่ย ต่างพากันถอยออกจากรถม้า ทิ้งให้ทั้งสองได้อยู่ตามลำพัง ไม่นานก็ไม่ทราบว่าหลินถิงกล่าวสิ่งใด ต้วนซินหนิงผู้มีสีหน้าหม่นหมองกลับมีรอยยิ้มผุดขึ้นอีกคราฝ่ายต้วนหลิงขี่ม้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักจากรถม้า พลันได้ยินเสียงหัวเราะของสตรีภายใน ยามนั้นกลับไร้ซึ่งแววตาเคลื่อนไหวประการใดในรถม้าหลินถิงปลอบโยนต้วนซินหนิงเสร็จสรรพแล้วก็เปิดม่านมองออกไปภายนอก เมื่อรถม้าแล่นกลับสู่เมืองหลวง ข้ามผ่าน