กที่สุดเถาจูอยู่แต่ในจวน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย วิ่งได้ไม่นานก็เหนื่อยหอบ อีกทั้งยังเป็นห่วงว่าหลินถิงจะรู้สึกไม่สบายจึงคิดจะเรียกให้นางหยุดพัก “คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ…”หลินถิงกลับหน้าตาไม่แดง หายใจไม่ติดขัด ท่าทางราวกับโจรที่กำลังระแวดระวังสิ่งรอบตัว “มีอะไรรึ?”ฟังจากน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยเรี่ยวแรงแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รู้สึกไม่สบาย แถมดูเหมือนยังจะวิ่งได้อีกหลายรอบเสียด้วยซ้ำ เถาจูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสในความแข็งแรงของหลินถิง อีกทั้งยังนับถือนางที่เปลี่ยนแปลงตนเองได้มากมายเพียงนี้ในเวลาอันสั้นเมื่อสองปีก่อนนางยังเป็นคุณหนูผู้บอบบาง ไม่ยอมลำบาก ตัวไม่แตะหยาบ ชอบวีนเหวี่ยง ไม่ยอมนั่งรถม้า ไม่ออกจากเรือน เดินแค่ไม่กี่ก้าวก็พร่ำบ่นแม้ว่าหลินถิงจะหยิ่งผยอง ทะเยอทะยานสูงส่ง แต่นางก็รู้จักเสแสร้งต่อหน้าผู้คน แสร้งทำเป็นคุณหนูผู้ใจดี อ่อนโยน เป็นมิตร เพื่อเรียกคะแนนนิยมและชื่อเสียงดีงาม แม้แต่หลินซานหยวนผู้เป็นบิดายังไม่รู้ธาตุแท้ของบุตรสาวตนเองเลยด้วยเหตุนี้ เมื่อหลินถิงเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติตัว จึงมีเพียงเถาจูสาวใช้คนสนิทเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติ คนอื่นล้วนไม่ทันเอะใจ ถึงขั้นที่มีช่วงหนึ่งเถาจูแทบจะสงสัยว่า “หลินถิง” คนนี้มิใช่คุณหนูเจ็ดตัวจริงแต่เพราะนางยังคงมีนิสัยเฉพาะบางอย่างอยู่บ้าง เถาจูจึงแน่ใจว่านี่คือคุณหนูเจ็ดตัวจริงไม่ผิดเพี้ยน คงเพราะนาง“คิดได้แล้ว” เลิกยึดติดกับกา