รต้องเหนือกว่าคุณหนูสามไปเสียทุกเรื่องเถาจูเห็นว่านายสาวไม่มีท่าทีไม่สบาย จึงเปลี่ยนคำถาม “คุณหนูต้องการสืบเรื่องคุณชายฟู่ด้วยเหตุใดเจ้าคะ?เกี่ยวข้องกับการค้าหรือ? แล้วเหตุใดถึงไปพัวพันกับองครักษ์เสื้อแพรได้ล่ะเจ้าคะ?”แท้จริงแล้วหลินถิงเองก็สงสัยอยู่ไม่น้อย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองครักษ์เสื้อแพรได้อย่างไรกัน?การหายตัวไปของฟู่ฉือ หากแจ้งทางการก็พึงจะถูกจัดเป็นคดี “บุคคลสูญหายธรรมดา” แล้วอย่างองครักษ์เสื้อแพรที่มีหน้าที่เป็นคมมีดในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ เฝ้าจับตามองทั้งในและนอกวัง จะมาใส่ใจเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร?หลินถิงเงียบคิดครู่หนึ่ง ยังไม่คิดจะเล่าเรื่องที่ว่าหอหนังสือของนางรับงานจากยุทธภพให้เถาจูฟัง หากนางรู้คงตกใจจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ “เจ้าอย่ากลัว ข้าจัดการได้”เถาจูหอบจนหายใจเป็นปกติแล้ว ยังคงไม่ค่อยแน่ใจนัก “จริงๆ แล้วจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?”“อืม” หลินถิงพยักหน้า พลันเห็นโคมหลากสีแขวนอยู่ข้างป้าย “หออวี้เซียน” จึงกล่าวขึ้นอีกว่า “เจ้าถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่นี่ แล้วไปที่หหนานซาน ขอห้องส่วนตัวไว้รอข้า”โคมหลากสีที่แขวนอยู่ข้างป้ายหออวี้เซียน เป็นสัญญาณนัดพบระหว่างลูกค้าที่ต้องการติดต่อกับหอหนังสือ หอหนังสือแห่งนี้เป็นกิจการที่หลินถิงร่วมเปิดกับเด็กหนุ่มคนนั้น ตอนนี้เขาไม่อยู่ นางจึงต้องไปดูเองเถาจูเริ่มคุ้นชินกับวิธีการกระทำแบบใหม่ของหลินถิง จึงไม่ซักไซ้อะไรอีก “คุณหนูระวังตัวด้วยน