ะเจ้าคะ”หลินถิงเดินลัดเลาะไปยังหอหนังสือ หอหนังสือของนางมิได้แตกต่างจากหอหนังสืออื่นๆ ในเมืองหลวง เมื่อเข้าไปจะเห็นหนังสือต่างๆ จัดเรียงไว้เต็มชั้น เพียงเดินไม่กี่ก้าว ภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังก็จะเข้าสู่สายตานั่นคือภาพภูเขาแม่น้ำที่หลินถิงไปหาซื้อมาจากแผงลอยข้างทางในราคาสิบกว่าช่าง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้หอดูมีรสนิยม เด็กหนุ่มคนนั้นเคยดูแล้วกล่าวเย็นชาว่า“เสแสร้งทำเป็นมีรสนิยม”หลินถิงหาได้ใส่ใจไม่ ยังคงแขวนภาพวาดราคาถูกพวกนั้นต่อไป เวลานี้นางก้าวข้ามภาพวาดที่ไม่รู้ว่าใครมาเลื่อนตำแหน่งไว้ แล้วเดินขึ้นชั้นสองทีละก้าว พอใกล้ถึงชั้นบน ก็มีเสียงสตรีดังลงมา“หยุดก่อนเจ้าค่ะ”หลินถิงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ฟังออกทันทีว่าเป็นสตรีที่เคยมาว่าจ้างหอหนังสือให้ตามหาฟู่ฉือ โดยไม่ว่าจะเป็นนางหรือลูกค้าที่มาว่าจ้างล้วนยึดกฎของยุทธภพร่วมกันว่า “ห้ามเผยโฉมหน้าในระหว่างการว่าจ้าง” เพื่อเลี่ยงปัญหาในภายหลังก่อนเข้าหอหนังสือ นางก็สวมหน้ากากแบบเดียวกับเด็กหนุ่มผู้นั้นไว้แล้ว“วันนี้คุณหนูมาถามความคืบหน้ารึ?”อีกฝ่ายเงียบไปชั่วครู่จึงกล่าวว่า “เจ้าว่ามาก่อนเถอะ ว่าสืบได้อะไรบ้าง”หลินถิงว่า “ข้าพบตัวอักษรหนึ่งแถวในเรือนที่ฟู่ฉือเคยไปก่อนหายตัว มันถูกสลักไว้ในตู้ ข้าถูแล้วเอามาไว้บนผ้าเจ้าลองดูว่าลายมือใช่ของเขารึไม่”“เขียนว่าอะไร?”“เจ้าไปดูเองเถอะ” หลินถิงโยนผ้าขึ้นไปด้านบนด้านบนมีเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้น คาดว่าสตรี