ผู้นั้นหยิบผ้าขึ้นมาดู หลินถิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม“เป็นลายมือของเขาหรือไม่?”สตรีผู้นั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเบาๆ ว่า “……ใช่”หลินถิงกล่าวต่อ “ข้ายังสืบได้ว่าเขามักจะไปยังต้นท้อหน้าประตูเมือง”หญิงสาวพึมพำ “ต้นท้อ?”“ใช่ ข้าคิดว่าบางทีเขาอาจจะซ่อนอะไรไว้ที่นั่น เดิมทีวันนี้ข้ากะจะไปตรวจดู แต่เจ้ามาหา ข้าจึงมาที่นี่ก่อน…”หญิงสาวตัดบท “ขอบคุณเจ้าที่สืบได้มากขนาดนี้ แต่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่า เจ้าไม่ต้องหาเขาต่อไปแล้ว ขอยุติการว่าจ้าง ถือว่าข้าผิดสัญญา แต่จะจ่ายเงินครบถ้วน”นางชี้ไปยังกล่องไม้ตรงมุมบันไดให้หลินถิงไปเปิดดู หลินถิงเดินไปเปิดกล่อง เมื่อเปิดออกก็พบว่าในนั้นมีแท่งเงินขาวจ้าเต็มกล่อง หนักเอาการ เรียงอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดห้าสิบตำลึง นางมิได้ปฏิเสธ รับไว้โดยดุษฎี“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าทำไม?”หญิงสาวไม่ตอบใดๆ แล้วเดินจากไป หลินถิงยังคงมึนงง แต่พอได้เงินก็อดดีใจไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพัวพันกับต้วนหลิงอีกต่อไปเพราะเรื่องฟู่ฉือ นางก็ยิ่งโล่งใจ ตั้งใจจะพาเถาจูไปกินเลี้ยงให้อิ่มหนำที่หอหนานซานในเมื่อผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายยกเลิกเอง หลินถิงย่อมไม่คิดฝืนเสาะหาอีก นางไม่ใช่คนที่ชอบหาความวุ่นวายใส่ตัว ยิ่งเรื่องที่แยก “งาน” กับ “ชีวิตส่วนตัว” ออกจากกันได้ชัดเจนเท่าไร ก็ยิ่งใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้นเท่านั้นเมื่อมาถึงหอหนานซาน ก็ได้ยินเสียงผู้คนรอบข้างกำลังสนทนากันถึงเรื่องจวนสกุลเซี่ยถูกยึ