ดทรัพย์ แต่นางหาได้ใส่ใจนัก รีบมุ่งหน้าไปยังห้องส่วนตัวที่เถาจูรออยู่เถาจูเบื่อเสียจนแมลงวันจะตบก็ยังไม่มี เห็นหลินถิงมาเสียทีจึงรีบรินชาให้ “ตอนที่บ่าวมาถึงหอหนานซาน เจอคุณหนูสามกับคุณชายจากจวนโหวเซ่ออันเจ้าค่ะ”ผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็ออกมาเจอกันแล้วหรือ? หลินถิงคิดพลางนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบๆ ก็จริงอยู่ ด้วยต้นฉบับเดิมนั้นเป็นนิยายแนวจำกัดอายุ ผู้เขียนจึงเจตนาเน้นฉากวาบหวามเป็นหลัก ครั้งแรกที่พระนางใกล้ชิดกันก็ใช้ท่าที่ยากที่สุด-กระทำกันอยู่บนหลังม้าที่กำลังวิ่ง!กระทำกันอยู่บนหลังม้าเช่นนั้นไม่กลัวตกลงมาจนพิการหรืออย่างไร? หลินถิงจำเนื้อความในเรื่องนั้นได้ฝังใจนักถึงอยากลืมก็ลืมไม่ลง นางหันไปมองเถาจูพลางเอ่ยว่า “พวกเขาเห็นเจ้าหรือไม่?”“เห็นแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูสามว่า อยากเชิญคุณหนูไปฝึกขี่ม้าที่ทุ่งนอกเมืองในวันมะรืนนี้เจ้าค่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำว่า “ม้า” หนังตาของหลินถิงก็สะดุ้งไหว ฉากลามกอนาจารทั้งหลายจากในนิยายพากันผุดขึ้นในหัวเป็นฉากๆ นางจึงเอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ไป บอกว่าร่างกายข้าไม่สบายแล้วกัน”เถาจูขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ไปก็ดีแล้วเจ้าค่ะ บ่าวได้ยินว่าคุณชายรองสกุลต้วนก็จะไปด้วยเช่นนั้นคุณหนูกับเขาก็ไม่ค่อยลงรอยกัน จะพบหน้าน้อยหน่อยก็ดีอยู่”ต้วนหลิงก็จะไปด้วยหรือ? เช่นนี้แล้ว เซี่ยจื่อม่อคงยังไม่ทำอะไรต้วนซินหนิงในวันนั้น ทว่าเมื่อมีต้วนหลิงอยู่ด้วยหลินถิงก็ยิ่งไ