่อหน้า และทำท่าทางดีต่อกันบ้าง แต่ก็แทบไม่เคยยิ้มให้เขาแบบนี้เลยดูเหมือนต้วนหลิงจะไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดแปลก ยิ้มตอบบางๆ แล้วโน้มตัวลูบขนแผงคอของม้า อาจเพราะเขาอ่อนโยนมาก ม้าจึงเชิดหน้าขึ้นถูไถมือของเขาอย่างเชื่องช้าสายตาของต้วนซินหนิงลอบมองระหว่างหลินถิงกับต้วนหลิงอย่างกระวนกระวาย นางรู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ค่อยราบรื่น จึงตั้งใจอยากจะเป็นสื่อกลางประสานไมตรี ต้วนซินหนิงจึงดึงแขนหลินถิงไปถามต้วนหลิงว่า“พี่รอง ท่านขี่ม้าเก่ง ช่วยสอนนางขี่ม้าได้หรือไม่?”เดิมทีหลินถิงตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อคิดว่าตนต้อง “กอด” เขา นางจึงไม่เอื้อนเอ่ยคำปฏิเสธออกมา บางที…นี่อาจจะเป็นโอกาสก็ได้ต้วนหลิงค่อยๆ ถอนมือจากการลูบขนม้า จัดสายบังเหียนให้เรียบร้อย “ข้าไม่ติดอันใด เพียงไม่รู้ว่าคุณหนูเจ็ดจะรังเกียจหรือไม่?”“จะไปรังเกียจได้อย่างไร เช่นนั้นขอรบกวนท่านรองผู้บัญชาการต้วนด้วย” หลินถิงก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเขา