งทัพออกไปให้คำปรึกษาแก่แม่ทัพเสียมากกว่าแต่ต้วนหลิงก็แค่ดูเหมือนเท่านั้น แท้จริงแล้วหาใช่ขุนนางฝ่ายบุ๋นไม่ หลินถิงนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ “กอด”เขา การกอดนั้นเป็นการกระทำที่ใกล้ชิดสนิทสนมอย่างยิ่ง เขาจะยอมให้นางกอดง่ายๆ หรือ?การจับมือยังพอแสร้งว่าเป็นเหตุบังเอิญได้ แต่การกอดจะทำเหมือนไม่ตั้งใจได้อย่างไร? นางรู้สึกว่ายิ่งกว่าการทำธุรกิจเสียอีกที่จะทำให้เขายอมให้นางกอด หลินถิงลูบเปลือกตาขวาที่กระตุกไม่หยุดตั้งแต่เช้าตาซ้ายกระตุกหมายถึงลาภ ตาขวาหมายถึงเคราะห์ร้าย วันนี้จะมีเคราะห์งั้นหรือ?ไม่ใช่ว่านางเชื่อโชคลาง แต่เรื่องประหลาดถึงเพียงนี้ อย่างการทะลุเข้าสู่นิยายยังเกิดกับนางได้ นางจะไม่เชื่อก็ไม่ได้ หาไม่แล้วก็คงไม่ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภอยู่ทุกวันหรอกเซี่ยจื่อม่อมาช้าเช่นเคย เอ่ยทักว่า “คุณหนูสาม คุณหนูเจ็ด”หลินถิงพยักหน้า “คุณชายเซี่ย”ต้วนซินหนิงที่มาด้วยกันกับหลินถิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับอยากมองหน้าเซี่ยจื่อม่อ แต่ก็กลัวตนเองจะแสดงออกมากเกินไป“คุณชายเซี่ย” จากนั้นนางก็เอ่ยเบาๆ ไปทางต้วนหลิงว่า “พี่รอง”ต้วนหลิงลงจากหลังม้าแล้วเดินเข้ามา มือหนึ่งจูงสายบังเหียน กล่าวทักทาย “คุณชายเซี่ย” เว้นจังหวะครู่หนึ่งจึงกล่าวต่อ “คุณหนูเจ็ด”หลิงถิงส่งรอยยิ้มกว้างสดใสไปให้ “ท่ารองผู้บัญชาการต้วน”เถาจูมองนางด้วยสีหน้าประหลาด คุณหนูของนางหัวถูกม้าเตะหรือ? ต่อให้นางกับต้วนหลิงไม่เคยเปิดศึกกันต