ายใดๆ ของฟู่ฉือเลย แต่นั่นหาใช่อุปสรรคของการพูดโกหกไม่ เรื่องโกหกน่ะ ใครกันจะพูดไม่เป็น? และเมื่อวันนี้ผ่านไป โลกนี้ก็จะไม่มี “คุณหนูเฉียน” ผู้ใดอีกแล้วหลังจากนั้น ต้วนหลิงยังถามนางอีกหลายคำถาม ซึ่งหลินถิงก็ตอบได้หมดจดทุกข้อ ไร้ช่องโหว่เถาจูไม่เอ่ยอันใดเลย นั่งฟังอยู่เงียบๆ ทั้งที่ใจอยากจะลุกหนีให้ไกล เนื่องจากหลินถิงเคยเอ่ยถึงต้วนหลิงในทางลบเสมอ นางจึงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องเผชิญหน้าเขาจริงๆผ่านไปไม่นานนัก ราวสองเค่อ หลินถิงไม่อยากยื้อสนทนาต่อ เพราะพูดมากย่อมมีโอกาสพลาดมาก นางจึงแสร้งไอขึ้นมาเบาๆต้วนหลิงเงยหน้ามอง นางกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง อยู่กลางแจ้งนานเกินไปมิได้ หากได้รับจดหมายเมื่อใด ข้าจะนำส่งไปยังที่ว่าการเองเจ้าค่ะ”เขายังคงวางท่าสบายๆ ไม่ถือตัว “สุขภาพสำคัญที่สุด ไม่เป็นไร……มิทราบว่าคุณหนูพอจะเขียนที่อยู่ในเมืองหลวงไว้ให้หรือไม่ เพื่อหากมีข่าวคราวของฟู่ฉือ เราจะได้ส่งคนแจ้งได้ทันที”หลินถิงนิ่งไปครู่หนึ่ง “……ย่อมได้เจ้าค่ะ”ต้วนหลิงหันไปสั่งคนของตน “นำกระดาษ พู่กัน หมึก และแท่นฝนมาให้คุณหนูเฉียน”หลินถิงก้าวขึ้นไปเขียนที่อยู่หนึ่งชุด มอบให้ด้วยมือนางเองที่อยู่ที่เขียนนั้นมิใช่ของปลอม หากแต่เป็นสถานที่จริงในเมืองหลวง – เพียงแต่มิได้มีนางอาศัยอยู่ที่นั่นเมื่อเขารับกระดาษที่ยังอวลกลิ่นหมึกสดใหม่จากมือนาง ดวงตาของเขาไล่สายตามองถ้อยคำบนแผ่นกระดาษน