!ต้วนหลิงเอานิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ อย่างไร้อารมณ์ ไม่จ้องตานางอีก แต่หันมองใบไม้ที่ร่วงหล่นแทน “เจ้าก็มาจากซูโจวเช่นกันหรือ?”คำถามนี้มีพิษ หลินถิงฉลาดเฉียบแหลมส รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือหลุมพราง นางจึงจ้องมองใบหน้าเฉียบคมงามประหนึ่งหยกของเขา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “ใต้เท้าเข้าใจผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่ใช่ชาวซูโจว ข้ากับเขาล้วนเป็นคนเมืองหลินเจ๋อ มณฑลหยางโจว”เขาแย้มยิ้มบาง “เป็นข้าที่จำผิด ต้องขออภัย……ขออภัยด้วย ไม่ทราบว่าควรเรียกคุณหนูว่าอย่างไรดี?”“ข้าน้อยแซ่เฉียนเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินว่านางแซ่เฉียน เขาจึงเรียกว่า “คุณหนูเฉียน” ด้วยท่าทีสุภาพดังเดิม “เมื่อครั้งก่อน ฟู่ฉือเคยเขียนจดหมายกลับไปยังหยางโจว ไม่ทราบคุณหนูได้นำจดหมายนั้นติดตัวมาหรือไม่?”หลินถิงรับมือด้วยสติ “ข้าร้อนใจจะตามหาตัวเขา มิได้เตรียมการมากนัก จึงมิได้นำจดหมายมาด้วย ใต้เท้าถามถึงจดหมายนั้น เพราะคิดว่าจะมีเบาะแสเกี่ยวกับตัวเขาหรือเจ้าคะ?”“ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น”“หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะรีบเขียนจดหมายกลับไปยังหยางโจว ให้คนที่บ้านส่งจดหมายเหล่านั้นมาให้เจ้าค่ะ” หลินถิงกล่าวเท็จด้วยสีหน้าสงบประหนึ่งความจริง ราวกับนางคือตัวจริงของคู่หมั้นผู้นั้นริมฝีปากต้วนหลิงแย้มรอยยิ้มบาง มองต่ำลงเล็กน้อย พาดผ่านมือของนางที่วางไว้บนตัก แล้วจึงค่อยๆ หันสายตามาสบตานางอีกครั้ง “รบกวนคุณหนูเฉียนแล้ว”“ข้าน้อยยินดีรับใช้เจ้าค่ะ”แท้จริงหลินถิงไม่มีจดหม