บวังเวง หลงเหลือเพียงหลินถิงกับเถาจูอยู่ตรงหน้าเขาเถาจูลอบกระตุกแขนเสื้อหลินถิง แววตาเต็มไปด้วยคำถาม หากเขาจำพวกนางได้เล่า? หากเขารู้ความจริงว่าพวกนางมิใช่คู่หมั้นของฟู่ฉือจะทำอย่างไรดี?หลินถิงลดเสียงลงกระซิบ “ตั้งสติไว้ เขาอาจจะยังจำเราไม่ได้ เจ้ารักษาความเงียบเอาไว้ เขาถามสิ่งใด ให้ข้าตอบเอง”เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้ ต่อให้เถาจูจะตื่นตระหนกเพียงใด ก็ทำได้เพียงฝืนตั้งหน้าแกล้งสงบต้วนหลิงเดินเข้ามานั่งตรงข้ามหลินถิง กลางระหว่างทั้งสองมีโต๊ะหินขวางกั้นไว้ ด้านบนศีรษะคือต้นมะกอกเก่าแก่หนึ่งต้น สายลมพัดผ่านให้ใบไม้เสียดสีกัน เกิดเสียงซู่ซ่าดุจระฆังเคาะสะท้อนในใจหลินถิงหลินถิงย่อมไม่ใช่ไร้ความกลัว นางเองก็ลอบหวาดหวั่นว่าตนจะถูกจับได้ แต่จะเสียกระบวนตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด“เจ้าคือว่าที่ภรรยาของฟู่ฉือกระนั้นหรือ?” ต้วนหลิงจ้องลึกเข้าสู่ดวงตาของนาง มือที่วางอยู่บนโต๊ะขยับเล็กน้อยสายตาเหลือบไปยังเถาจูที่นั่งข้างนาง ก่อนจะหวนกลับมายังนางอีกครั้งเขาได้รับรายงานจากสายสืบว่า ว่าที่ภรรยาของฟู่ฉือปรากฏตัวในสำนักศึกษาเวินฉู่ จึงรีบรุดมาพบหลินถิงทำทีอ่อนแอ ดัดเสียงให้ฟังนุ่มนวล “เจ้าค่ะใต้เท้า เขาเกิดเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ? ผ่านมาหนึ่งปีแล้วเขาไม่เคยส่งข่าวกลับบ้านเลย……” ด้วยเห็นเขาสวมชุดกิเลนทองขององครักษ์เสื้อแพร เรียกเขาว่าใต้เท้าจึงมิผิดเถาจูเพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกว่าหลินถิงสามารถแปลงเสียงได้ด้วย