งเท่านั้น ข้ามักเห็นเขาไปนั่งใต้ต้นดอกท้อข้างประตูเมือง ถือหนังสือไว้อ่านได้ทั้งวันทีเดียว”หลินถิงเงียบงัน ทว่าก็จดจำคำพูดนั้นไว้ในใจไม่รู้ว่าเป็นใครที่ถอนใจออกมาเบาๆ ว่า “พี่ฟู่เป็นผู้ขยันที่สุดในหมู่พวกเรา ตื่นเช้าที่สุด เข้านอนช้าที่สุด ดูแล้วเป็นคนที่อนาคตน่าจะรุ่งเรือง แต่ไฉนจึงหายตัวไปดื้อๆ เช่นนี้”“แม่นางวางใจเถิด พวกเราแจ้งความไว้กับทางการเรียบร้อยแล้ว หากมีข่าวคราวจะรีบแจ้งให้ทราบทันที”หลินถิงตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด – ฟู่ฉือหายตัวไปนานนัก หากทางการยังไร้วี่แวว เช่นนั้นก็คงเป็นเหตุที่มีผู้คนเริ่มร้อนรน ใครบางคนจึงไปถึงที่หอหนังสือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นยิ่งนัก จวบจนกระทั่งการปรากฏตัวของต้วนหลิง บุตรชายคนรองแห่งจวนต้วนกั๋วกง บังเกิดขึ้นเฉกเช่นสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ พลิกสถานการณ์ซึ่งอยู่ในความควบคุมของหลินถิงโดยสิ้นเชิงไม่มีผู้ใดทราบว่าเหตุใดเขาจึงออกตามสืบเรื่องของฟู่ฉือเช่นกัน หลินถิงคิดจะหลบหนี แต่ก็ไม่ทันการณ์ เหล่าองครักษ์ในเครื่องแบบกิเลนทองขององครักษ์เสื้อแพรโผล่มาโอบล้อมพวกนางไว้โดยรอบบรรดาศิษย์สำนักศึกษาพากันเกรงกลัวองครักษ์เสื้อแพร แม้ต้วนหลิงจะมีท่วงท่าสุภาพนอบน้อม มารยาทเรียบร้อยก็หาใช่เหตุให้พวกเขาอยากข้องเกี่ยวไม่“คุณหนูเฉียน เรานึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน จึงขอลาไปก่อน” กล่าวจบ แต่ละคนก็ลุกฮือกันไปดั่งนกตกใจบรรยากาศก่อนหน้านี้พลันเงีย