ล่นลงเหวลึกอย่างไม่ปรานี นางย่อมไม่อาจวางใจเขาได้โดยง่ายต้วนหลิงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมายื่นให้ใกล้มือของนาง “เจ้าเหมือนหายใจไม่เป็นจังหวะนัก ตกใจล่ะสิ?ขออภัยด้วย เช็ดหน้าก่อนเถิด”หลินถิงไหนเลยจะกล้าใช้ผ้าเช็ดหน้าของเขา นางปฏิเสธอย่างสุภาพ แล้วใช้แขนเสื้อซึ่งยังพอสะอาดอยู่เช็ดใบหน้าแทนมือที่ยื่นออกมานั้นค้างกลางอากาศชั่วครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาจึงเก็บกลับไปอย่างไม่รีบร้อน แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่คุณหนูเจ็ด ยังมิได้บอกข้าเลยว่า เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว”“ข้า……ข้า……” หลินถิงไม่รู้จะตอบอย่างไร จะให้บอกว่านางชอบมาแถวนี้เพราะมันเปรียบเสมือนเล่นบ้านผีสิงอย่างน่าตื่นเต้นกระนั้นหรือ?นางอึกอักตอบ “จำเป็นต้องพูดหรือ?” เพราะธุรกิจแบบนี้ ย่อมมีข้อตกลงในเรื่องความลับต้วนหลิงไม่บีบบังคับ “ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ แต่เรามีเหตุผลพอจะสงสัยว่าเจ้าอาจมีการสมรู้ร่วมคิดกับเขา ลอบนัดพบกันที่นี่ในคืนนี้”ข้อกล่าวหาอันใหญ่โตนี้ นางรับไว้ไม่ได้ และไม่มีวันยอมรับแน่ หลินถิงรีบแก้ตัวทันที “ข้าไม่รู้จักเขา หากไม่เชื่อพวกท่านสามารถตรวจสอบได้ เขายังเอามีดขู่ไม่ให้ข้าส่งเสียงออกมาด้วยซ้ำ! พวกท่านคือองครักษ์เสื้อแพร จะตรวจสอบสิ่งใดก็ย่อมทำได้ทั้งนั้นมิใช่หรือ?”ต้วนหลิงมิได้ถูกหว่านล้อม “เจ้าพูดเช่นนี้ ช่างยกยอพวกเราองครักษ์เสื้อแพรนัก”หลินถิงรีบพูดด้วยท่าทางอ่อนน้อม “ข้าพูดจากใจจริง ข้าเชื่อว่าพวกท่านย่อมมีความสา