”ระยะห่างใกล้เกินไป ปลายชายเสื้อคลุมท่อนล่างของเขาซึ่งเย็นเฉียบปัดโดนชายกระโปรงของหลินถิงแผ่วเบาก่อนแยกจากกันอย่างช้าๆสายตาหลินถิงเหลือบมองมือของต้วนหลิงที่ห้อยลงข้างกายอย่างไร้การป้องกัน หัวใจพลันเต้นแรง“มิใช่เช่นนั้น ข้าก็แค่……” นางแสร้งพูดต่อราวกับเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่าง “ท่านบาดเจ็บหรือ? มือท่านมีเลือดอยู่?”นางแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเลือดนั้นเป็นของชายที่สิ้นชีวิต แล้วเอื้อมมือไปหาอีกนิดเดียว……ใกล้แล้ว หลินถิงรู้สึกคอแห้งผากทว่าก่อนที่มือของนางจะสัมผัสได้ ต้วนหลิงก็ชักมือหลบ “ไม่ใช่เลือดของข้า ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บ ขอบใจเจ้าที่เป็นห่วง”น่าเสียดาย……อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น หลินถิงหลุบตาลง กลัวว่าต้วนหลิงจะเห็นแววเสียดายในดวงตา แล้วเกิดความสงสัย สิ่งที่จุดประกายความหวังให้นางอีกครั้ง คือคำพูดต่อมาของต้วนหลิง“ไหนๆ เจ้าก็ว่ามีเรื่องอยากพูดกับข้า เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้ากลับเรือนหลินเองก็แล้วกัน” เขาเอียงหน้าไปสั่งการกับองครักษ์เสื้อแพร “หามศพกลับไป”หลินถิงรีบรั้งไว้ “เดี๋ยวก่อน ข้าขอล้างหน้า เปลี่ยนกระโปรงก่อนจะออกจากที่นี่ได้หรือไม่?”นางไม่อาจเดินกลับเรือนในสภาพเปรอะเลือดเช่นนี้ได้ อีกทั้ง……หากกลับไปในสภาพนี้ เถาจูก็ต้องโวยวายแน่ ไล่ถามไม่หยุด คราวหน้าคงไม่มีทางปล่อยให้นางออกมาเพียงลำพังอีกแน่“เป็นข้าคิดน้อยไปเอง” เมื่อได้ยินดังนั้นต้วนหลิงก็หันมามองหลินถิงอีกครั้ง สีหน้ามิได้เผยความรำคาญใ