เหน็ดเหนื่อยเพลียล้า เมื่อออกจากจวนต้วนแล้ว นางก็ขึ้นรถม้าทันที และลงมือเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในรถอย่างคล่องแคล่ว รอจนรถม้าเคลื่อนไปถึงตรอกเงียบสงบสายหนึ่ง นางก็เปิดม่านลงจากรถเวลานี้ยังไม่ถึงยามห้ามออกนอกเคหสถาน แสงโคมไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งเมือง ถนนใหญ่และตรอกซอกซอยคึกคักยิ่งนัก เสียงผู้คนอื้ออึง เสียงพ่อค้าเร่ร้องขายสินค้าดังระงม พ่อค้าหาบของสารพัดเดินไปมาไม่ขาดสายหลินถิงหลีกไปยังมุมเงียบสงบ แล้วหยิบภาพวาดผู้ชายคนหนึ่งออกมาดูอีกครั้ง บุรุษในภาพมีใบหน้าเรียวยาว คิ้วตาเป็นทรงดุจแฝงไว้ด้วยความซื่อตรง ที่หางตามีไฝเม็ดจิ๋ว จมูกงุ้มแบบเหยี่ยว ร่องใต้จมูกยาว ริมฝีปากหนาเล็กน้อย ใต้ภาพวาดมีตัวอักษรเขียนไว้ด้วยลายมือเรียบร้อยว่า:“ฟู่ฉือ ชาวเมืองหลินเจ๋อ มณฑลหยางโจว อายุยี่สิบหกปี เดินทางเข้าเมืองหลวงเมื่อปีหมิงหยวนที่เจ็ดเพื่อเข้าสอบแต่สอบตก พักอยู่ที่สำนักเวินฉู่ หลังจากปีหมิงหยวนที่แปดก็หายสาบสูญ”หลินถิงเก็บภาพวาดลง แล้วเลี้ยวเข้าไปในเรือนร้างที่ตั้งอยู่สุดตรอกแห่งหนึ่ง นางเป็นหญิงจากสกุลหลิน เวลากลางวันไม่เหมาะจะเข้าออกสถานที่เช่นนี้อย่างเปิดเผย มีแต่กลางคืนเช่นนี้เท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ ก่อนมานางเคยไปสืบข่าวเกี่ยวกับฟู่ฉือมาบ้างแล้ว มีผู้คนเคยเห็นเขาเข้ามายังเรือนแห่งนี้ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับประตูเรือนไม่ได้ลงกลอน หลินถิงจึงเปิดเข้าไปโดยง่าย แต่กลับโดนฝุ่นควันฟุ้งตลบใส่หน้า นางขมวด