ย”ใบหน้าของฮ่องเต้คลอเคลียอยู่ไม่ห่างฮองเฮาเมื่อเสด็จมาถึงหน้าเตียง“เรามีเวลานอนกับพวกเขาไม่มากนักหรอกเจ้าค่ะพอพวกเขาโตสักหน่อยก็แยกห้องนอนกับพวกเราแล้ว”“ได้ๆ ข้าเชื่อเจ้า พวกเรานอนเฝ้าเขาให้ดีก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ทรงยิ้มน้อยๆ เพื่อประจบภรรยา เกรงว่านางจะเคืองตนเอง“ลูกๆ ของเราถือเป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่ายิ่งเหนือสิ่งใด เวลาที่เราจะได้ใกล้ชิดพวกเขาในยามนอน ข้าเกรงว่าจะมีเพียงในยามที่พวกเขาเยาว์วัยเท่านั้น”พระสวามีพยักพระพักตร์รับ “จริงของเจ้า…เช่นนั้นข้าจะใช้เวลาอยู่กับพวกเขาให้คุ้มค่า ที่ผ่านมาข้าไม่เคยใช้เวลากับลูกคนใดนอกจากไปเยี่ยมเพียงฉาบฉวย จะว่าไปมีเพียงหลิวเอ๋อร์เพียงผู้เดียวที่ข้านับว่าพอได้พูดคุยอยู่บ้าง หากไม่มีเจ้าข้าคงไม่รู้ว่าการได้เลี้ยงดูลูกๆ นั้นมีความสุขเพียงใด”สายพระเนตรของฮ่องเต้ดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักเปี่ยมหทัย“ข้าก็ดีใจที่พี่สามยินยอมเลี้ยงพวกเขาด้วยตัวเองเจ้าค่ะ” หงซือซือมิคาดคิดว่าฮ่องเต้อย่างเขาจะยอมลดราชกิจเพื่ออยู่ดูแลลูก ที่ผ่านมาในฐานะผู้ครองบัลลังก์มีคนคอยช่วยเหลือเขาในการเลี้ยงดูพระโอรสธิดามากมาย จนแทบไม่ต้องแตะต้องพวกเขาเสียด้วยซ ้า“ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้า…หากไม่มีเจ้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไร?”“ท่านพี่ อย่าได้กล่าวเช่นนั้น….ถ้อยคำไม่เป็นมงคล อย่าพูดอีกเลย ข้าจะอยู่กับท่านจนแก่เฒ่าผมขาวไปด้วยกัน” นางสบตาพี่สามอย่างหนักแน่น “ครั้งแรกที่ข้าเข้าวั