างออกมีที่เดียวขอรับ!” สีหน้าน้องภรรยาจริงจังจนเขาละเหี่ยใจ นึกอยากจะตบศีรษะเซียนหย่งไถที่ดันทำทางลัดลับไว้หลังสถานที่เหม็นจัดเช่นนั้นพวกเขาไม่มีเวลาพิรี้พิไรจึงต้องรีบไม่นานนักอาคารไม้หลังใหญ่ก็ติดไฟอย่างรวดเร็วเสียงเอะอะเอ็ดตะโรดังอยู่ข้างหลัง “ไฟไหม้! ไฟไหม้!”เสียงเวรยามตะโกนเรียกให้นักฆ่าคนอื่นๆ ออกมาช่วยกันดับไฟจินวั่งซู่หันไปมองเรือนส้วม เขาเองก็ได้รับบาดแผลแสบร้อนจากธนูไฟไม่น้อยกว่าองครักษ์เติ้งในเมื่อรายนั้นเผาเรือนนอนของนักฆ่าไปแล้ว เขาก็สมควรเผาอาคารที่สำคัญที่สุดทิ้ง….“องครักษ์เติ้งข้าขอพู่ไฟเจ้าสักอันหน่อยสิ”เติ้งเฉินฟู่เลิกคิ้วเป็นเชิงถามขณะที่มือก็ควานหาพู่ไฟในย่ามออกมาส่งให้คุณชายจินหนึ่งอัน ฝ่ายนั้นกระแทกเปิดฝาพู่ไฟออกแล้วเอาไปจ่อกองใบไม้แห้งจากนั้นใช้กิ่งไม้ที่หักออกมากวาดกองไฟนั้นไปชิดผนังเรือนส้วม“คุณชายจิน เจ้าคิดจะเผาเรือนนี้หรือ?” เซียนหย่งไถหันมามองด้วยความฉงนจินวั่งซู่ยิ้มร่า “หากไม่มีที่ปลดทุกข์ชีวิตของพวกมันจะโหดร้ายกว่าไม่มีที่นอน”เติ้งเฉินฟู่กับจูจินติ้งถึงกับผงกศีรษะ มิใช่เห็นด้วยกับสิ่งที่จินวั่งซู่คิด หากแต่องครักษ์ทั้งสองกำลังนึกถึงฉายาจอมเสเพลอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ช่างเหมาะสมกับคุณชายจินเสียนี่กระไร!