งนางที่ยึดแขนเสื้อตนเองไว้ก็แปลกพระทัย“เจ้ากังวลมากเลยหรือ?”“เจ้าค่ะ ข้าไม่เห็นหน้าพี่สามแล้วรู้สึกไม่สบายใจเลย”“ข้าสัญญาจะไม่ลงจากรถม้า แค่ยืนดูเหตุการณ์สักครู่ก็พอแล้ว”เมื่อได้ยินเขาสัญญาเช่นนั้นนางจึงค่อยคลายใจ“ได้”หมิงเฟยหลงออกมายืนหน้ารถม้าดูการต่อสู้ เมื่อเห็นการบุกเข้ามาของคนร้ายคล้ายจะมิได้มาเพื่อสังหารผู้ใดเป็นพิเศษจึงได้ฉุกใจคิดแล้วกลับเข้าไปในรถม้า“เห็นทีจะมีผู้คิดว่าในรถม้าคันนี้มีทองเสียกระมัง?ท่าทางนักฆ่าในยามนี้ไม่คล้ายมุ่งสังหารผู้ใดเป็นพิเศษแต่ดูเหมือนจะบุกมาชิงเอาสิ่งของเสียมากกว่า”สัญชาตญาณของหมิงเฟยหลงมิผิดเพราะเหล่านักฆ่าต้องการจะชิงเอารถม้าที่วิ่งตามกันมาทั้งสามกันไปให้ได้ ทว่าด้วยกำลังทหารที่ฝีมือสูงส่งและมีมากกว่าไม่นานนักเสียงต่อสู้ก็สงบลง ท่านอาเจียงกระโจนด้วยวิชาตัวเบามาถึงรถม้าของฮ่องเต้“พวกเราฆ่าพวกนั้นหมดแล้วเพคะ สบายพระทัยได้”หงซือซือยกมือขึ้นลูบอก นางรู้สึกสบายใจที่พระสวามีไม่ต้องออกไปต่อสู้กับคนร้ายเช่นที่ผ่านมา เมื่อเดินทางเข้าสู่แผ่นดินแคว้นหมิงนางก็คิดขึ้นมาว่านางจะ ไม่ยอมเดินทางไปที่ใดเด็ดขาดจนกว่าตนเองจะให้กำเนิดเด็กทั้งสามหมิงเฟยหลงทรงเอื้อมพระหัตถ์มากอดปลอบโยนนาง “ไม่เป็นไรแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงประเดี๋ยวองครักษ์หู่ก็คงจัดการทุกอย่างเรียบร้อย”นางพยักหน้าแล้วหลับตาลงพิงอกฮ่องเต้ “ข้าอยากจะงีบแล้วเจ้าค่ะ”“นอนเถิด เอาไว้ถึงวังหลวงแล้วข้าจะปลุกเ