แม่ทัพนายกองคนใหม่ที่ไว้วางพระทัยได้เพื่อคุมกองกำลังภาคกลางและคุมมือปราบในเมืองหลวง”สามวันให้หลังขบวนของราชครูหมิงและกุนซือหงก็พร้อมจะเดินทางกลับแคว้นหมิง ฮ่องเต้โจวเฟิงและพระสนมเฉียงเสด็จออกมาส่งที่ประตูเมือง หมิงเฟยหลงฝากจดหมายฉบับหนึ่งไว้กับผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟสาขาแคว้นผิงเพื่อถวายแก่ฮ่องเต้หลังจากที่พวกเขาเดินทางกลับไป“งานของข้ายังต้องสะสางอีกมากมายนัก รอโจวอ๋องหายดีก็คงจะได้ร่วมมือกันคลี่คลายปัญหาในราชสำนักให้เรียบร้อย”“ฝ่าบาทคงไม่ต้องกังวลแล้วล่ะเพคะ หม่อมฉันเชื่อมั่นว่าโจวอ๋องจะยินดีถวายงานอย่างสุดชีวิตแน่นอน” เฉียงเจียวมิ่งนึกเวทนาฮองไทเฮาที่หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บได้ไม่กี่วันก็สิ้นพราชนม์ แต่อีกนัยหนึ่งก็เป็นการทำให้ความกังวลของฮ่องเต้สูญสิ้นไปเพราะโจวอ๋องเองมิได้มีใจอยากมาแทนที่พระองค์ ที่ผ่านมาล้วนเป็นความต้องการของฮองไทเฮาเพียงผู้เดียว“อีกสองวันค่อยประกาศการสิ้นพราชนม์ของเสด็จแม่ แล้วทำพิธีศพให้เรียบร้อยรัดกุม แต่คงจะไม่ทำยิ่งใหญ่นักเพราะราชสำนักคงต้องใช้เงินอีกมากในการประกาศสอบรับขุนนางใหม่ๆ เข้ามา ครั้งนี้แคว้นผิงสูญเสียมากเหลือเกิน” สีพระพักตร์ของโจวเฟิงเองก็ไม่ค่อยดีนักเมื่อนึกถึงความต้องการชิงอำนาจจนนำไปสู่การฆ่าฟัน ยามนี้ศพทั้งหลายและความเสียหายทั้งปวงยังถูกแก้ไขไม่หมดสิ้น ล้วนต้องใช้งานทั้งคนและทุนทรัพย์ในการทำให้เข้าสู่ภาวะปกติ“ค่อยคิดอ่านแก้ไขเถิดเพคะ อย่