ะพะยะค่ะ”“อืม…ในเมื่อคนผู้นี้ได้วางแผนมานานแล้ว ข้าคงต้องเร่งส่งเสริมเขาเสียหน่อย”“ควรแล้ว พะยะค่ะ”ฮ่องเต้โจวเฟิงเมื่อเห็นใต้เท้าฝูในยามขึ้นบัลลังก์ออกว่าราชการในครั้งต่อมาจึงทรงยืนขึ้นกล่าวชื่นชมฝูจินหรง พร้อมทั้งสรรเสริญเยินยอเสียเลิศลอย“แคว้นผิงนับว่าโชคดียิ่งแล้วที่มีเสนาบดีผู้เก่งกล้าสามารถและจงรักภักดีอย่างยิ่งยวดเช่นใต้เท้าฝู เจิ้นเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจกับความเสียสละตรากตรำทำงานหนักและอันตรายอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยนับว่าฝูจินหรงอัครเสนาบดีผู้นี้มีความชอบเหนือกว่าขุนนางคนใดๆ ในแคว้นนี้ เจิ้นจึงเห็นสมควรยกย่องและแต่งตั้งให้ฝูจินหรงเป็นอัครมหาเสนาบดีกุมอำนาจเหนือขุนนางทั้งปวงในราชสำนัก”ได้ยินคำประกาศจากพระโอษฐ์ของฮ่องเต้เช่นนั้นใต้เท้าฝูถึงกับตะลึงอ้าปากค้างเขาไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทรงกล้ามอบตำแหน่งเหนือขุนนางทั้งปวงให้แก่เขาโดยที่ยังมิได้ร้องขอ ตำแหน่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในแคว้นผิง การเป็นอัครมหาเสนาบดีย่อมเหนือกว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและอัครเสนาบดีฝ่ายขวา จากนี้ไปแผนการที่คิดจะฮุบราชบัลลังก์ก็ใกล้เข้ามาในเมื่อเขาได้เสนอนายทหารที่เป็นคนของตนขึ้นเป็นแม่ทัพภาคใต้และแม่ทัพภาคเหนือเอาไว้แล้ว การจะลิดรอนความน่าเชื่อถือของฮ่องเต้ย่อมไม่เกินความสามารถขุนนางในท้องพระโรงล้วนเป็นขุนนางระดับสามขึ้นไปซึ่งถือว่าเป็นขุนนางระดับอาวุโสล้วนร่วมสรรเสริญความสามารถของฝูจินหรงโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อสิ้นสุ