ดการปราชุมก่อนเที่ยงวันนั้นทุกคนต่างครุ่นคิดจะไปหาของกำนัลที่ถูกใจมามอบให้ใต้เท้าฝูในงานฉลองตำแหน่งใหม่ในไม่ช้านี้“ราชครูหมิง….ท่านว่างานเลี้ยงครั้งนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อยหรือไม่?”“ได้โปรดวางพระทัย ในเมื่อทุกคนมารวมตัวอยู่ในงานเลี้ยง ย่อมเหมาะสมที่จะเปิดโปงพะยะค่ะ”ฮ่องเต้โจวเฟิงทรงผงกพระเศียรเบาๆ จงยินดีไปเถิดฝูจินหรง เส้นทางสู่อำนาจล้วนมิเคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ ครั้นปราชุมเสร็จฮ่องเต้นทรงเสด็จไปยังตำหนักของ ฮองไทเฮา ‘อันดับแรกข้ากับราชครูหมิงต้องไปข่มขู่เสด็จแม่เอาไว้ก่อน หากว่านางยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี งานนี้ย่อมราบรื่น’เมื่อโจวเฟิงปรากฏพระวรกาย ฮองไทเฮาถึงกับหน้าซีด หลังจากที่พระนางคายความลับไปเมื่อคราวก่อนก็ได้รับราชโองการให้สวดมนต์เช้าและเย็น ข้าราชบริพารทั้งตำหนักต้องถูกตรวจสอบและตรวจตราการเข้าออกอย่างเข้มงวด“ฝ่าบาท มีเรื่องใดกับข้าอีกหรือ?”โจวเฟิงทรงอนุญาตให้โจวอ๋องมาเยี่ยมพระนางได้เพียงเดือนละสองครั้ง ท่านอ๋องโจวชุ่นเมื่อได้ยินเรื่องราวที่เสด็จแม่ของตนเคยส่งคนมาลอบฆ่าฮ่องเต้ถึงกับแทบลมจับ แม้จะรู้ว่าพระมารดาต้องการบัลลังก์มังกรแต่ก็มิได้คิดว่าจะกล้าร่วมมือกับคนนอกส่งมือสังหารที่อันตรายที่สุดในยุทธภพเข้ามาถึงวังหลวง โจวอ๋องจึงมิกล้าคัดค้านการลงโทษที่พระเชษฐาได้กระทำต่อมารดาของตน ดีเท่าใดที่มิได้ส่งพระนางไปยังตำหนักเย็นที่แร้นแค้นและร้างไร้ผู้คนคอยดูแล“หม่อมฉันกำลังจะจัดงานเลี