โฉมให้ดูคล้ายหงหลานผู้นั้นแต่งดงามกว่า“ได้เวลาตามไปเอาเครื่องประดับทับทิมของข้าแล้วเจ้าค่ะ”หมิงเฟยหลงอมยิ้ม “เจ้าคิดว่านางเป็นอย่างไร?”“นางชอบเครื่องประดับมาก แต่เพราะสามีให้อยู่อย่างมัธยัสถ์ เมื่อหยิบยื่นโอกาสให้เพียงเล็กน้อยนางจึงรีบฉวยเอาไว้เจ้าค่ะ”“ชุดทับทิมแดงชุดเดียวกลับกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน”“ไปกันเถิดท่านพี่ ลูกของเรารอมิได้เกินเดือนนี้หรอกนะเจ้าคะ” นางลูบหน้าท้องที่ค่อยๆ นูนขึ้นแทบจะทุกวัน จนร่างใหญ่ที่นั่งข้างอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาทาบทับหลังมือของนาง“เดือนเดียวเท่านั้น ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนกลับ”“ดีเจ้าค่ะ ข้าคิดถึงตำหนักของพวกเราแล้ว”เกอฮูหยินที่กำลังนั่งคุยกับรองแม่ทัพกุ้ยได้ยินชื่อผู้มาขอพบก็นึกแปลกใจ นางเพิ่งหย่อนก้นลงไม่ถึงครึ่งเค่อก็มีผู้เดินทางมาหาถึงจวนโดยบอกว่ามีธุระเรื่องชุดทับทิมแดง ชื่อผู้ที่มาขอพบคือหงซือซือเป็นพี่สาวของหงหลาน“ฮูหยิน นี่เป็นเรื่องใด?”“ข้าจะได้เงินหนึ่งพันตำลึงน่ะสิเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้าง แม้จะนึกเสียดายที่มีผู้ตามมาไถ่ของถึงจวนแต่เมื่อนึกถึงกำไรอีกหนึ่งพันตำลึงก็ยิ้มออก “พ่อบ้านไปเชิญนางเข้ามาเถิด”สตรีงดงามที่แต่งกายด้วยชุดเดียวกันกับแม่นางหงหลานเจ้าของเครื่องประดับชุดทับทิมแดงเดินเคียงข้างบุรุษร่างสูงใหญ่เข้ามายังเรือนรับรอง กุ้ยเพียนโจวมองเห็นบุรุษผู้นั้นใบหน้าถอดสีไปชั่วขณะ“ท่านราชครูหมิง!”