ะน ้ามือข้า” ชิงฉู่หรือถูชิงหลินตัวปลอมมีสีหน้าสลด “ข้าไม่เพียงแต่ตกที่นั่งลำบาก หากแต่ยังลากผู้อื่นมาลำบากด้วย”เสี่ยวถางได้แต่ถอนหายใจ “ข้ารู้ แต่เราต้องรีบทำงานนี้ให้จบ มิฉะนั้นชีวิตท่านพ่อของเจ้ารวมทั้งชีวิตเราสองคนก็ต้องจบสิ้นแทน”“วันพรุ่งนี้พวกเราค่อยไปก็แล้วกัน”เย็นวันนั้นฮ่องเต้โจวเฟิงทรงเสด็จไปหาเฉียงเฟยหลังจากเสวยพระยาหารแล้ว นางจึงนำเสนอชาหลงจิ่งรสเลิศ เมื่อเฉียงม่านหลิงต้มชาอยู่นั้น เฉียงเจียวมิ่งนึกถึงใบหน้าถูชิงหลินที่ดูคล้ายมีแววเศร้าโศกทุกครั้งที่มาหานาง ก็อดจะเปรยขึ้นมามิได้“ชานี้เป็นพระสนมถูเอามาฝากหม่อมฉันเพคะ”“หือ…เจ้าว่าอย่างไรนะ?”“ชาหลงจิ่งชั้นดีนี้ เป็นถูเฟยเอามาฝากหม่อมฉันเพคะ เรามาดื่มชาด้วยกันสองครั้งแล้ว หม่อมฉันว่านางน่ารักและมีน ้าใจ เราสองคนเข้ากันได้ดี”“เจ้าแน่ใจหรือ? ชานั่นเจ้าตรวจสอบพิษดีหรือยัง?” ฮ่องเต้ได้ยินก็ทรงตระหนก “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันตรวจทุกครั้งก่อนจะให้พระสนมเสวยแล้วเพคะ”เฉียงม่านหลิงญาติผู้พี่ของพระสนมเฉียงที่ย้ายจากตำหนักของฮ่องเต้มาคอยดูแลเฉียงเจียวมิ่งรีบกราบทูลแต่ฮ่องเต้มิได้ทรงคิดเช่นนั้น“มิใช่ว่าผู้อื่นจะมีจิตใจใส่ซื่ออย่างเจ้า อย่าลืมว่าท่านพ่อของเจ้าเคยเกือบกลายเป็นนักโทษประหารก็เพราะมิได้ระแวงระวังผู้อื่น”ฮ่องเต้สั่งให้เฉียงม่านหลิงนำห่อชาที่เหลือมาถวาย“ห่อนี้เพคะ”โจวเฟิงทรงเปิดห่อชาออกมาทอดพระเนตร ใบชาดูปกติ แต่เมื่อดมดูกลับมีกลิ่