จของฮ่องเต้หมิงเพคะ”“อืม….เจ้ารับรองเขาถึงเพียงนี้ ข้าคงต้องไปพบเขาให้ได้” โจวเฟิงได้ฟังยิ่งรู้สึกกระตือรือร้น กุนซือที่พระองค์เคยหามาไว้ข้างกายล้วนถูกฮองไทเฮากำจัดไปจน หมดสิ้นด้วยการหาเหตุให้ต้องเปลี่ยนไปทำงานอื่นหรือไปอยู่เมืองอื่น“ข้าอยากออกจากวังหลวงไปพร้อมกับเจ้า แต่ต้องจัดการเรื่องของกองทัพให้เสร็จเสียก่อน ว่าแต่เจ้าจะพาข้าออกไปอย่างไร?”“หม่อมฉันจะแปลงโฉมให้พระองค์ออกไปกับหม่อมฉัน”“หือ!”“หากแปลงโฉมให้พระองค์แล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจรู้เพคะ?”“ดีเหมือนกัน ข้าเองก็เบื่อวังหลวงและคนล้อมหน้าล้อมหลัง หากได้ออกไปโดยไม่มีผู้ใดจับตามองก็คงดี”หงซือซือยังคงแปลงโฉมเป็นขันทีตามเสด็จฮ่องเต้เข้าไปท้องพระโรง เมื่อฮ่องเต้ทรงนำเอาตรากระเรียนทองคำมาแสดงต่อแม่ทัพต้วน สีหน้าของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย หงซือซือจับตามองด้วยความสนใจ“ฝ่าบาท นี่เป็นตรากระเรียนทองคำของจริงพะยะค่ะ”“เจิ้นเขียนราชโองการให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว รับไปได้เลย” โจวเฟิงทรงหันไปทางขันทีฉินกงกงที่ยืนถือราชโองการอยู่ “เจ้าเอาไปมอบให้ท่านแม่ทัพสิ!”“ต้วนจิ้นป้าน น้อมรับราชโองการ” ชายร่างใหญ่ในชุดขุนนางฝ่ายบู๊คุกเข่าลงยื่นสองมือขึ้นเหนือศีรษะเพื่อรับม้วนผ้าสีเหลือง“โจวอ๋อง เจ้านำคนไปปล่อยอาลักษณ์เฉียงออกจากคุกได้แล้ว เป็นอันว่าข้ารู้ว่าเขามิใช่ผู้ขโมย เฉียงหยางจงไม่มีความผิด”อ๋องโจวชุ่นยิ้มน้อย “น้อมรับพระบัญชา”บ่ายวันนั้นเฉียงหยางจงก็ถูกปล่อย