องเต้เพื่อสอบถามถึงการออกราชโองการจัดระเบียบกองทัพไปจนถึงห้องทรงพระอักษร“เจ้าจะมาเซ้าซี้เอาอันใดโจวชุ่น?”“เสด็จพี่บอกความจริงกับหม่อมฉันเถิด ท่านทำตรากระเรียนทองคำหายใช่หรือไม่?”ฮ่องเต้ผงะ หน้าเผือดสี “ผู้ใดบอกเจ้า?”“หม่อมฉันว่ามีคนไม่น้อยหรอกที่รู้เรื่องนี้ ที่แน่ๆคงเป็นเสด็จแม่กับเจ้ากรมกลาโหมก่ง ท่านไม่เห็นหรือว่าพวกเขาจงใจกดดันท่านต่อหน้าขุนนางทั่วท้องพระโรง”“เจ้าด้วยนี่ โจวชุ่น!” น ้าเสียงแสดงขุ่นเคืองพระทัยปรากฎชัด“แน่นอน! นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเสด็จพี่ไม่รอบคอบ ไม่เหมาะกับการบริหารบ้านเมือง”“นี่เจ้า!” ฮ่องเต้ชี้หน้าโจวชุ่นมือไม้สั่น “ใช่สิ!เสด็จแม่อยากให้เจ้าครองราชย์แทนข้านี่”“นั่นเป็นความคิดเสด็จแม่ มิใช่ความต้องการของหม่อมฉันสักหน่อย” ท่านอ๋องทำหน้าตาย “ถ้าหม่อมฉันบอกอย่างชัดเจนว่าหม่อมฉันมิได้อยากเป็นฮ่องเต้แค่อยากได้มิ่งเอ๋อร์เสด็จพี่จะว่าอย่างไร?”“ไม่ได้! ไม่ว่าบัลลังก์หรือมิ่งเอ๋อร์ ข้าก็ไม่ให้เจ้า”“หม่อมฉันบอกแล้วว่าบัลลังก์ไม่เอา เสด็จพี่ไม่เชื่อหรือไร?”“เรื่องนี้เอาไว้หาตรากระเรียนทองคำเจอเสียก่อนเถอะ จะเชื่อไม่เชื่อก็ดูกันที่ตอนนั้น” ฮ่องเต้ทรงรู้ดีว่าไม่อาจจะปิดเรื่องตรากระเรียนทองคำหายเป็นความลับไว้ได้นาน แต่สิ่งที่โจวชุ่นกล่าวออกมาย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าตราสำคัญอาจจะตกอยู่ในมือผู้ใดผู้หนึ่งจะเป็นฮองไทเฮาหรือใต้เท้าก่งกันแน่?“หากหาไม่เจอ เสด็จพี่จะโทษว