่าเป็นฝีมือหม่อมฉันด้วยหรือไม่?”“นั่นต้องขึ้นอยู่กับท่าทีของเจ้า”“ท่าทีของข้า…ท่าทีของข้าก็คือข้าสนใจมิ่งเอ๋อร์วันนี้ขออนุญาตไปหานางที่ตำหนักลู่เสียนกับท่านด้วย”ฮ่องเต้ไม่ทรงตอบ ทำเพียงสะบัดแขนเสื้อเดินนำหน้ากลับตำหนัก อ๋องโจวชุ่นเดินอมยิ้มตามหลัง“เสด็จพี่วันนี้ข้าพยายามหาพยานมาช่วยอาลักษณ์เฉียง เหตุใดท่านจึงไม่เข้าข้างข้า?”“พยานแบบนั้นหามาได้ก็ไม่มีน ้าหนัก เจ้ายังจะหวังให้ข้าเข้าข้างอีกหรือ?”“หากท่านอยากช่วยจริงก็แค่หลับหูหลับตาเข้าข้างข้าก็ได้นี่?”“ที่เจ้าบอกว่าไม่อยากเป็นฮ่องเต้ก็สมควรแล้วหากเจ้าเชื่อพยานหลักฐานเท่านี้ต่อไปผู้ใดจะเชื่อถือเจ้าอีก การเป็นฮ่องเต้ต้องทำให้คนทุกฝ่ายยอมรับความถูกต้องเป็นบรรทัดฐานสำคัญ” โจวเฟิงมองน้องชายด้วยสายตาเอือมระอา แม้โจวชุ่นจะมีตำแหน่งหน้าที่ให้รับผิดชอบ แต่เขาก็มิได้หนักแน่นและน่าเกรงขามในสายตาของขุนนาง สิ่งเดียวที่เขาติดตามไม่ลดละคือมิ่งเอ๋อร์เฉียงเจียวมิ่งเดินออกมารับเสด็จ ฮ่องเต้กับนางส่งสายตาให้กันอย่างมีความนัยทำเอาท่านอ๋องโจวชุ่นทนไม่ได้รีบเดินเข้าไปขวางระหว่างเสด็จพี่ของตนกับหญิงที่ตนพึงใจ“มิ่งเอ๋อร์ไม่เจอเจ้าตั้งหลายวัน คืนที่คนร้ายบุกเข้าตำหนักข้าเป็นห่วงเจ้านักแต่พอมาถึง ฝ่าบาทก็บอกว่าเจ้าเข้านอนไปแล้ว”นางกำนัลคนโปรดของฮ่องเต้ส่งสายตาเหนื่อยหน่าย “ท่านอ๋องโปรดอภัย” นางเอาแต่ก้มหน้านิ่ง แม้อ๋องโจวชุ่นจะตามตื้อนางไม่ลดละ แต่ดีที่เขามิ